MyGarage
MyGarage
ชอบของเก่า เรื่องเก่า แต่ไม่ชอบให้อะไรเก่า
พุธ, 05 พฤษภาคม 2010

May 5, 2010

ตั้งใจไว้หลายวันแล้วว่าจะพาเจ้าสิงห์ไปหาหมอ เนื่องจาก เครื่องเดินสะดุด บ้างครั้งก็ดับ บางครั้งออกตัวเหมือนไม่มีแรง วิ่งเร็วไม่มีอาการ วันก่อนเลยไปหาหัวเทียนเบอร์ตรงรุ่นมาเปลี่ยนเอง ก็ยังไม่ดีขึ้น

วันนี้ตอนเช้าก็เลยโทรไปนัดนายช่าง นายช่างใจดีตอบว่า "มาได้เลย" มีหรือจะรอช้า คว้ากุญแจ พาเจ้าสิงห์ไปทันที

เล่าอาการให้นายช่างฟังว่าได้ยินเสียง "แป๊ะๆ" เหมื่อนไฟกระโดด นายช่างจัดการถอด กะลากระโหลกกับโรเตอร์นกกระจอก ออกมาเช็คสภาพการนำไฟฟ้า ปรากฎว่า ยังดีทั้งคู่ แต่ที่โรเตอร์สีมันดูชอบกล เลยเอาตัวใหม่มาลอง "หายครับ" เครื่องเดินเรียบ หมดไปหนึ่งอาการ

อาการที่สอง "เสียงหอน" ครับ เป็นมาพร้อมๆกับอาการเครื่องเดินไม่เรียบ แต่ไม่รู้มันหอนตรงไหน ก็เลยพากันไปลองเครื่องหลังจากเปลี่ยนโรเตอร์นกกระจอก พากันขึ้นมอเตอร์เวย์ที่พระรามเก้า วิ่งกันยาวๆ ได้ยินถนัดเลยครับมาตามความเร็ว นายช่างเลยใส่เกียร์ว่าง เสียงก็ยังตามมาหลอกหลอน เลยตัดประเดนเกียร์ทิ้งไปได้ เหลือไว้เพียงแต่จำเลยทั้งสี่

กลับถึงอู่ ยกรถหมุนล้อที่ละล้อ มาเจอที่ล้อหลังซ้าย เสียงไม่ปกติ งานนี้ลูกปืนแตก เลยจัดการเปลี่ยนซะ ส่วนข้างขวาเอาไว้ก่อนวันนี้เย็นมากแล้ว และลูกมือนายช่างก็หลงระเริงยังหาทางกลับอู่ไม่เจอ ปล่อยนายช่างผมทำคนเดียว ไว้คราวหน้าค่อยว่ากัน

มีเสียงตามสายมาตอนฟ้าเริ่มมืด ถามว่าจะกลับมากินข้าวเย็นหรือเปล่าจะได้ซื้อกลับมาให้  บังเอิญวันนี้มีนัดไปกิน "หัวปลาหม้อไฟ" กันที่รามอินทรา ไอ้เราก็มัวแต่พารถมาซ่อม กว่าจะเสร็จเขาก็กินกันเหลือแต่ก้างปลา ยังดีที่สั่งกลับบ้านมาให้

หลังจากล่ำลานายช่าง ก็ปึ่งรถจากทุ่งประเวศกลับสำนักแจ้งวัฒนะ โดยมิชักช้า เครื่องนิ่งติดเท้า แป๊ปเดียว เส้นหมี่ผัดผักกระเชด กับทอดมันปลากราย และน้ำซุปหัวหอมมันเทศ ร้อนๆก็พร้อม น่ารักจริง

จบรายงาน

Woody 

 

Woody posted @ 17:02 - ลิงค์ - แนะนำติชม
จันทร์, 12 เมษายน¹ 2010

Apr 10,2010

เปลี่ยน "ซีน" คอมแอร์ พร้อมกับ "ลูกศร" และ "ไดเออร์"

หลังจากกลับมาจาก อุตรดิตถ์ เจ้าสิงห์ก็เก็บเนื้อเก็บตัวอยู่แต่ในโรงรถหลายวัน จนจะเอามาทำความสะอาด ก็พบรอย "ตะกัน" อยู่แถววาวส์น้ำ ถอดออกมาดูก็พบว่าเป็น "ซีน" ที่ประกบวาวส์ ตัวหนึ่งผิดรูปไป ก็เลยให้ "ใครบางคน" ช่ายจัดการเปลี่ยนให้ สบายใจเรียบร้อย จนหลายวันก่อนเริ่มสังเกตุว่าแอร์มันเย็นน้อยลง จนในที่สุดก็ไม่เย็นเลย ซึ่งก็เฝ้าระวังไว้ตั้งแต่ตอนตรวจเช็คก่อนไปอุตรดิตถ์แล้ว คราวนั้นนายช่างเติมน้ำยาแอร์และเช็คข้อต่อต่างๆให้ แต่ไม่พบรอยรั่วก็เลยใช้ไปก่อน แต่ในใจผมคิดว่าน่าจะมีสักทีใดที่หนึ่งแน่ ก็เลยเฝ้าดูอาการไปก่อน อยู่ได้เกือบเดือนเหมือนกัน

เลยพาไปหาช่างแอร์หน้าปากซอย ระหว่างที่นัดกันว่าจะพาเข้าวันไหนดี เจ้า "ช่างน้อย" ซึ่งปกติก็จะคอยทำตามคำสั่งลูกพี่ ก็มาช่วยก้มๆมุดๆดู แล้วก็แซวเล่นว่า สงสัยต้องเปลี่ยนคอมแอร์ ลูกใหม่แล้ว อีกซักแป๊ป ก็มาชวนกันไปดูส่องไฟดู เห็นฟองเล็กๆที่หน้าคอมแอร์ หลังชุดครัชแอร์ ตาดีจริงๆ ก็เลยนัดกันมาเปลี่ยนในวันถัดมา

หลังจากเปลี่ยนซีน 1 ตัว เปลี่ยน ไดเออร์ อีกลูก ไหนไหนก็ถอดออกมาแล้ว ก็เลยส่งน้ำยาลงไปล้างแผงระบายความร้อนแอร์ด้านหน้าเลย หมดน้ำยาไป 2 ขวด ออกมาสีคล้าพอดู  แค่นี้ก็หมดไปหลายชั่วโมงอยู่ เป็นอันเสร็จเรียบร้อย ส่วน "ช่างน้อย" หลังเสร็จงานก็เตรียมตัวกลับไปเล่นสงกรานต์ที่ ร้อยเอ็ด ไปหา มอ-สะ-ระ-เอีย  ตามที่แจ้งไว้

จบรายงาน

Woody

 

Woody posted @ 07:03 - ลิงค์ - แนะนำติชม
อังคาร, 16 มีนาคม 2010

 

March 15, 2010

พาเจ้าสิงห์ไปเช็คร่างกาย เตรียมความพร้อมก่อนไป อุด-ตา-ละ-ดิส

ปลายสัปดาห์นี้จะขึ้นไปทำธุระที่ภาคเหนือตอนล่างสัก 2 วัน ก็เลยชะแวปพาเจ้าสิงห์ไปเช็คร่างกายนิดหน่อย ว่าจะหลบลมร้อนจากอุณหภูมิการเมืองสักหน่อย ที่ไหนได้เจอไอแดดเต็มๆ แต่ขากลับก็ชื่นใจ

มาดูผลการตรวจเช็ค

- ช่วงล่าง: ไม่มีข้อบ่งชี้ทางกายภาพว่าบกพร่อง

- ระบบทำความเย็น: น้ำยาแอร์พร่อง นายช่างจัดการเติมเต็มและเช็ครั่วข้อต่อภายในห้องเครื่อง ส่วนในตู้แอร์ยังไม่ได้ตรวจละเอียด เฝ้าระวังอาการต่อไป

- ระบบควบคุมพวงมาลัย: เปลี่ยน "ชิม" 1 ตัว ทดแทนตัวเก่าที่น่าจะสึกไปบ้างตามกาลเวลา ทำให้พวงมาลัยกระชับขึ้นพอสมควร นาบช่างแจ้งว่า ปลายแร็คด้านซ้ายเริ่มมีข้อบ่งชี้นิดๆ แต่ยังไม่เป็นปัญหาอะไร

- ถังน้ำมันเบนซิน: รูน๊อตถ่ายน้ำมัน "ปริ" คาดว่าเกิดจากแรงขันมากเกินไป ทำให้มีคราบน้ำมันซึมออกมาได้ เลยจัดการซ่อมรอยปริ แล้วรอดูอาการต่อไป

- ใส่ต้วล็อคฝากระโปรงท้าย: เปลี่ยนยางรองฝากระโปรงท้ายเป็นแแบสั้น ทำให้เปิดฝากระโปรงท้ายได้กว้างขึ้น แล้วใส่ที่ล็อคฝากระโปรงท้ายซึ่งจะล็อคแขนฝากระโปรงท้ายไว้เวลาเปิดสุด

- เปลี่ยนตัวล็อคเหล็กค้ำฝากระโปรงหน้า: ตัวนี้ขาหักกันเป็นประจำเนื่องจากของที่ติดรถมาออกแบบมาบอบบางไปหน่อย เวลามาอยู่บ้านเราเจออากาศร้อนแถมเปิดเข้าเปิดออกบ่อยอีกต่างหากเลยอายุใช้งานสั้น คราวนี้เลยใช่รุ่นที่นายช่างออกแบบเองมาลองใช้ดู

 

กว่าจะเสร็จก็มืดค่ำอีกตามเคย ควบเจ้าสิงห์ลมเย็นชื่นใจ จ่ายค่าทางด่วนอีก 3 ด่าน เผลอแป๊ปเดียวหมดทางวิ่งซะแล้ว ถึงบ้านล้างหน้าล้างตามานั่งกินเย็นคนเดียวอีกตามเคย

วันนี้มี พะโล้ถ้วยเก่ากับข้างสวยอุ่นๆ มีปลาซามอลอบพริกกระเทียมกับผัดผักอีกจาน พริกมะนาวอีกถ้วย แถมด้วยเด็กเสริปขาประจำนั่งเป็นเพื่อน

อิ่มท้องสบายกระเป๋าไปอีกวัน 

Woody

 

Woody posted @ 02:26 - ลิงค์ - แนะนำติชม
อาทิตย์, 21 กุมภาพันธ์ 2010

Feb 21,2010

ทำ Manual Central Lock Switch

วันก่อนดึงที่ล็อคประตูหลุดคามือ จน "ใครบางคน" จะทำสวิทช์เปิด/ปิดแทนการดึงตรงๆที่ประตู หลังจากอิ่มท้องกับเกาเหลาข้าวเปล่าแสนอร่อยแถวๆสนามบินน้ำ จำได้ว่า "คุณฤทธิ์" สมาชิครุ่นแรกๆของชมรมเคยลงบทความเกี่ยวกับเรื่องทำนองนี้ไว้ กลับถึงบ้านก็เลยค้นหากระทู้เก่าๆ ปรากฎว่ายังอยู่ดี จากนั้นก็วางแผนทำเลย

ต้องขอขอบคุณ "ใครบางคน" ที่จุดประกายความคิดและอาสาจะทำให้

ต้องขอขอบคุณ "คุณฤทธิ์" เจ้าของบทความดีๆ http://www.vlovepeugeot.com/forum/index.php?topic=6771

ผมลงมือทำตั้งแต่สายๆวันอาทิตย์ กว่าจะเสร็จก็เที่ยงพอดี รายละเอียดอ่านเอาจากบทความของ "คุณฤทธิ์"  นะครับ

เริ่มจาก

เตรียมสวิทช์กระจกไฟฟ้า และสายไฟ

ต่อสายไฟ

test/ประกอบ

 

 

 

เสร็จเรียบร้อย

Woody posted @ 13:27 - ลิงค์ - แนะนำติชม
อาทิตย์, 07 กุมภาพันธ์ 2010

ปลายเดือน ม.ค. 2010

หลังจากช่างส่งข่าวเรื่องของที่อยากได้ว่าเข้ามากองอยู่ในโกดังแล้วตั้งแต่ก่อนปลายปี 2009 แต่ยังขาดอยู่ชิ้นหนึ่งขอเวลานึดหนึ่ง ประกอบกับช่วงปลายปีผมเองก็ชอบหนีเที่ยวเป็นประจำ ก็เลยยังไม่ได้ตามเรื่องต่อ จนปลายเดือน ม.ค.2010 ก็เลยโทรไปถามข่าวคราวจากช่าง ก็ได้คำตอบอันน่าชื่นใจว่า ให้เอารถเข้ามาได้เลยวันเสาร์

มีหรือจะไม่ว่าง นับวันรออีก 4 คืนก็จะได้ส่งตัวกันแล้ว

ไปรอช่างที่อู่ตั้งแต่เช้าตามนัดหมายกับน้องรักอีกหนึ่งหน่อ ที่ติดสอยห้อยตามไปให้กำลังใจ กว่าจะประกอบเสร็จ นกกาก็กลับรังเรียบร้อยแล้ว น้ำขิงของน้องรักที่นัดกะเพื่อนไว้ตอนเย็นคงจืดชืดแล้ว

ไปดูกันว่านายช่างเตรียมอะไรไว้ให้

กระจกมองข้างเดิม

 กระจกมองข้างเดิม

อันนี้ที่ช่างเตรียมไว้ให้พร้อมทำสี

กระจกมองข้างไฟฟ้า

Switch ปรับกระจกไฟฟ้าถูกติดตั้งในตำแหน่งของมันที่ถูกออกแบบมาเมื่อ 20 ปีที่แล้ว วันนี้ได้ใช้จริงเสียที  

Switch 

 

เบาะกำมะหยี ลายสวย นี่ก็มาจากโรงงานเช่นกัน แต่ต้องการการดูแลพอสมควรแลกกับความสวยงาม

เบาะเดิม

เบาะหนังแท้ ตรงรุ่น กว่าจะหาได้และนำเข้ามาก็ใช้เวลานานพอควร ต้นปี 2010 ก็ได้ฤกษ์ เอาออกจากโกดังมาปัดฝุ่นแก็บรายละเอียดเล็กน้อย

new

หลังจากส่งน้องรักลงรถไปหาน้ำขิงกินแก้ร้อนใน ก็วนรถหาที่ล้างอยู่พักใหญ่ ด้วยว่าวันนี้เจ้าสิงห์โดนลุมกินโต๊ะทั้งวัน ทำเอาทั้งรถทั้งคนมอมแมมหมดแรงข้าวมันไก่ไปตามกัน กลับเข้าบ้านก็ปาเข้าไปเกือบ สี่ทุ่ม ตัวเบาอีกตามเคย

อีก 2 วันถัดมาก็ให้ช่างเบาะหน้าบ้านมาช่วยเก็บรายละเอียดซ่อมแซมส่วนที่เสียหายเล็กๆน้อยๆ และนำกลับมาส่งเป็นที่เรียบร้อย เหลือแต่แผงข้างที่ยังรอว่าจะทำอย่างไรต่อไป

ตอนนี้ภายในก็ให้ความรู้สึกแตกต่างไปจากเดิมโดยสิ้นเชิงทั้งโทนสีและฟองน้ำที่ยืดหยุ่นมากว่าเวลานั่งเลยทำให้รู้สึกกระชับตัวมากขึ้น

555 จบบันทึก

Woody

 

Woody posted @ 09:01 - ลิงค์ - แนะนำติชม
อาทิตย์, 24 มกราคม 2010

Jan 23, 2010

หลังจากเปลี่ยนเครื่องใหม่มาได้ 6 เดือน เลขไมล์บนหน้าปัดขยับมาที่ 253300 km. น่าจะได้ราวๆ 4000 km หลังจากลงเครื่องใหม่ วันนี้เห็นกรองน้ำมันเครื่องที่ได้มาจากงาน meeting ของชาว vloveprugeot กับกรองอากาศที่น้องรักใน web เอามาฝาก ก็เลยพากันไปเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง

หลังจากนั้นก็เจอว่ายางหุ้มเพลาขับหน้าซ้ายมันขาดแล้ว เลยจัดการเปลี่ยนซะ  

กลับบ้านเย็นอีกตามเคย

Woody posted @ 14:21 - ลิงค์ - แนะนำติชม
อาทิตย์, 03 มกราคม 2010

Jan 3, 2010

วันหยุดยาวของปีใหม่ 2010

หยิบเอา "ฝาขนมครก" ที่คุณพ่อทำให้ หลังจากพ่นสีเสร็จก็เก็บไว้ไม่ได้ประกอบกลับเข้าที่ วันนี้ว่างๆเลยออกแรงกันนิดหน่อย

หลังจากใส่ไฟใสๆกลมๆ 4 ดวงมาซักพักใหญ่ ดูมันจะเด่นเกินไปเลยขอให้นายช่างใหญ่(คุณพ่อ) ช่วยขึ้นรูปตระแกรงจากที่ครอบลำโพงให้เป็นฝาขนมครก(ที่ครอบไฟ) ใช้สีดำให้เข้ากับโทนสีรถ

Woody posted @ 16:07 - ลิงค์ - แนะนำติชม
ศุกร์, 17 กรกฎาคม 2009

June 2009

สังเกตุว่า น้ำมันเครื่องหายมานานแล้วแต่ก็ไม่ได้จัดการสักที ช่างก็พลัดว่าไว้เปลี่ยนสายพาน Timming คราวหน้าค่อนทำที่เดียวเลยดีกว่า ไอ้เราก็ รอ รอ รอ ว่าเมื่อไหร่สายพานจะครบกำหนดซะที ถ้าวิ่งปีละ 3000-4000 โลอย่างนี้ คงไม่ได้จัดการกับเจ้ายางตีนวาวส์เป็นแน่

วันเสาร์ต้นเดือน มิ.ย. ก็เลยขับรถไปหาช่าง จัดการวัดแรงอัดกระบอกสูป ก็อยู่ในค่ามาตราฐาน (ก็เพิ่งยกเครื่องเปลี่ยนแหวน) ควันน้ำมันเครื่องที่ออกท่อไอเสียน่าจะมาจากตีนวาวส์เป็นแน่ หลังจากถอดคอไอดีออก ก็พบจำเลยที่สูบ 2 มีคราบน้ำมันเครื่องเกาะเต็มไปหมด เป็นอันว่าเจ้า Mi ได้นอนอู่แน่นอน เพื่อเปลี่ยน "ยางตีนวาวส์"

อีก 2 วันถัดมา ช่างก็โทรมาบอกว่า "มีเวลาเข้ามาอู่หน่อยนะ มีอะไรให้ดู" ในใจคิดว่างานนี้คงไม่หมูแล้วหละ คงเป็นงานช้างแน่เลย ตกเย็นก็รีบเข้าอู่ไปดูเครื่องเราหลังจากรื้อใส้ออกมากองอยู่ที่พื้น ผนังเสื้อเครื่องมันสึกไปครึ่งหนึ่งเห็นจะได้ ส่วนริมๆปลอก ก็บางเต็มที ถ้าจะประกอบกลับเข้าไปคงไม่นาน น้ำก็จะรั่วลงท่อนล่างเป็นแน่แท้ งานนี้กะเปลี่ยนแค่ยางตียวาวส์กับประเกนอีกชุด กลายเป็นต้องซ่อมเสื้อเครื่องก่อน หรือไม่ก็เปลี่ยนเครื่องใหม่เลย

บวก-ลบ-คูณ-หาร แล้ว เปลี่ยนเครื่่องดีกว่าเยอะ ไม่ต้องเสี่ยงว่าซ่อมเสื้อเครื่องออกมาแล้วจะดีหรือเปล่า ก็เป็นอันว่า ให้ช่างไปหาเครื่องใหม่มาลง ส่วนตัวผมไปหาตังมาจ่ายช่าง อีกหลายวันต่อมาก็ได้เครื่องมากองอยู่ที่อู่ 1 เครื่อง เปิดออกมาดูข้างใน ขาว-สวย-นวล เชียว ผนังเสื้อเครืองเต็ม 100 ส่วนห้วลูกสูบก็นวลๆ ท่อร่วมไอดีก็ไม่มีคราบ งานนี้ค่อยมั่นใจหน่อย แต่ยังไงก็ต้องถอดออกมาล้างทุกชิ้นแล้วค่อยประกอยกลับเข้าไปใหม่ ช่างบอกว่าอีก 4-5 วันคงยกขึ้นได้ เป็นอันว่าตอนนี้ห้องเครื่องก็โล่งแล้ว ก็เลยส่งรถไปทำสีห้องเครื่องไว้รอรับเครื่องตัวใหม่ งานนี้ตัวเบาแน่

เป็นอันว่า Mi ผมนอนอู่ไป กว่า 3 อาทิตย์ ได้อะไหล่กลับบ้านอีกครึ่งคันรถ

สรุปงานที่ทำไปดังนี้

- เปลี่ยนเครื่องใหม่ (ชุครัช-สายพานทั้งหมด-ลูกรอก-หัวเทียน) เกียร์ใหม่(เกียร์ถอยแบบตบลง)

- ท่อไอเสียใหม่ รวมทั้งพันผ้ากันความร้อนที่ Header

- โชคอัฟหน้า 1 คู่

- ยางแท่นเครื่องตัวบน ลูกหมากคันเกียร์-ลูกกอฟล์คันเกียร์(ยูรีเทน) 

- จานเบรคหน้า 1 คู่ พร้อมผ้าเบรคใหม่ คาริบเปอรืด้านซ้าย 1 ชุด

- คอยร์คอมแอร์

Smile

Woody posted @ 08:35 - ลิงค์ - แนะนำติชม
อาทิตย์, 10 พฤษภาคม 2009

May 1,2009

วันแรงงานเลยอาศัยแรงงานเด็ก(ลูกชายคนโต)เป็นลูกมือช่วยถอดช่วยขันแป๊ปเดียวก็เสร็จ

- ถอดหัวเทียนมาทำความสะอาด: ทุกหัวสภาพแห้ง เลยจัดการขัดเขี้ยวด้วยกระดาษทรายน้ำเษอร์ 400 แล้วจัดการประกอบเข้าที่เป็นอันเรียบร้อย

May 10,2009

- เดินเล่นในห้างเห็นใบปัดน้ำฝน (ซิลิโคน) วางขายอยู่คู่ละ ร้อยกว่าบาท จำได้ว่าคู่ที่ใส่อยู่เปลี่ยนมากว่า 5 ปีแล้ว เลยซื้อมาลองดู เปลี่ยนไม่ยาก อาศัยถอดมาทั้งก้านสะดวกดี แค่ถอดน๊อดตัวเดียว

จากนั้นก็ใช้คีมบีบเคี่ยวเหล็กที่ใช้ประคองยางให้หุบลงแล้วค่อยเลื่อนออกมาทั้งเส้น จากนั้นประกอบเหล็กประคองยางเข้ากับยาง(ซิลิโคน)อันใหม่ แล้วจึงสอดกลับเข้าตำหน่งเดิมจนสุดให้เขี้ยวมันล๊อค เป็นอันใช้ได้ ทดลองใช้ดู ได้ผลพอใจครับกับเงินร้อยกว่าบาท แต่จะใช้ได้นานแค่ไหนไม่รู้เหมือนกัน แต่ของใหม่คู่หนึ่งแพงกว่า 10 เท่าเห็นจะได้

Woody posted @ 12:45 - ลิงค์ - แนะนำติชม
ศุกร์, 20 มีนาคม 2009

Mar 20, 2009

จัดการกับเจ้า "คอนโชล" กลางแล้ว จากเรียบๆง่ายๆ สีเทาๆ มามีลายเคฟล่า ตัดนิดหน่อยพอมีลวดลาย

แค่นี้ก็คืนชีวิตให้เจ้าคอนโชลที่อายุเกือบ 20 ปีได้แล้ว

จบรายงาน 

Console1

 

Console2

 

Woody posted @ 14:25 - ลิงค์ - แนะนำติชม
003221 visitors