|
หัวข้อ: มารวมเรื่องระบบระบายความร้อนของ Peugeot กัน เริ่มหัวข้อโดย: ภณ(PON) ที่ วันพุธที่ 20 มกราคม 2010 เวลา 12:04:11 ท่านใดที่มีข้อมูลอยู่แล้ว ก็มาช่วยๆ กัน Post ลงไป
อ้างอิงจากกระทู้เก่าๆ เพื่อจะได้รวบรวมกันครับ อ้างถึง 405 1. พัดลมจะต้องทำงานเหมือนกันและพร้อมกัน 2. เปิดแอร์ทำงานทันที แอร์ตัดหยุด แอร์ทำงานพัดลมทำงานทั้ง 2 ตัว 3. ไม่เปิดแอร์พัดลมจะทำงานต่อเมื่อความร้อนขึ้นสูงประมาณ 92 องศา ความร้อนลดลงพัดลมหยุด 4 พัดลมมี 2 สเตป ความร้อนไม่เกิน 92 องศาโดยประมาณ จะพัดสเตป 1 มากกว่า 92 องศาจะพัดสเตป 2 ความร้อนลดลงก็จะพัดที่สเตป 1 แล้วก็หยุดถ้าความร้อนลดลง ประมาณ 90 องศา 5. ส่วนรถของคุณyux ผมขอสรุปคราว ๆ ดังนี้ 5.1 ดีเลย์ ตัวที่ควบคุมพัดลมเสีย ลองเปลียน ดีเลย์สลับกันดูก็ได้จะเห็นว่า ตัวที่เคยหมุน จะไม่หมุน ตัวที่ไม่หมุนก็จะหมุน(กรณีพัดลมไม่เสีย) 5.2 หรือไม่มอเตอร์พัดลมก็เสีย หรือถ่านหมด ลองเอามือช่วยหมุนจะเห็นว่ามันจะหมุนช้า ๆ แสดงว่าแปลงถ่านหมด 6 หากพัดลมตัวใดตัวหนึ่งเสีย พัดลมตัวที่สองจะหมุนเพื่อระบายความร้อนที่สเตป 2 ทุกครั้งที่ทำงาน ปัญหาเรื่องพัดลมของรถ 405 เกืือบทุกคันจะเจอเสมอ เนื่องจากรถมีอายุเิกิน 10 ปี พัดลมจะทำงานเป็น 2 step ดังนี้ 1 ถ้าไม่เปิดแอร์ พัดลมจะทำงาน step 2 เมื่ออุณหภูมิเกิน 92 องศา และจะทำงานด้านฝั่งแบตตัวเดียว 2 ถ้าเปิดแอร์ พัดลมจะทำงาน step 1 ทั้งสองตัว และเมื่ออุณหภูมิเกิน 92 องศา จะทำงาน step 2 ทั้งสองตัว ฟิวส์หัวรถไฟ เป็นอีกจุดหนึ่งของปัญหาพัดลมสเต็ม 2 ไม่ทำงาน มันเป็น กล่องฟิวส์ที่อยู่ใต้ฝากระโปรงฝั่งผู้โดยสาร ใกล้กับหัวโช้ค เนื่องจากฟิวส์มีความร้อนสูงมาก และอุณหภูมิห้องเครื่องไม่ใช่น้อย เมื่อใช้นานไปตัวกล่องเสื่อมสภาพ และเกิดอาการช็อต ทำให้ตัวกล่องรถ 405 GR ละลาย บางครั้งอาจมองไม่เห็น อาจสังเกตได้กรณีฟิวส์ (30 แอมป์) ขาดบ่อย หากพัดลมสเต็มสองไม่ทำงาน ความร้อนขึ้น พิจารณาจุดนี้ด้วยครับ ราคากล่องฟิวส์หัวรถไฟ เบิกห้าง/เอกชัย ประมาณ 1200 บาทครับ เปลี่ยนเองได้ - ระดับความยาก = 1 ถ้ารีเลย์ไม่เสียก็ดูสวิทช์แอร์ตรงไดร์เออร์มันเสียได้ ปลั๊กสีน้ำตาลหลังเครื่อง(405-SRI) ก็เป้นตัวปัญหาเช่นกันครับ 406D9 เนื่องจากพัดลมเคยมีอาการหมุนไม่หยุดแม้ว่าจะถอดกุญแจแล้ว (relay สีฟ้าไม่ค่อยปกติ) เลยอยากให้สมาชิกไว้เป็นประโยชน์ครับ จังหวะ 1 (สีแดง) relay low speed จะได้รับสัญญาณจาก ECU เพื่อจ่ายไฟให้พัดลมโดยผ่านความต้านทาน 0.8 ohm จังหวะนี้จะทำงานเมื่อเปิดแอร์ หรือถ้าน้ำมีอุณหภูมิสูงกว่า 90 องศา(ถ้าไม่เปิดแอร์) จังหวะ 2 (สีชมพู) relay cooling fan ได้รับสัญญาณจาก pressostat (ความดันน้ำยาแอร์) และจ่ายไฟให้พัดลมผ่านความต้านทาน 0.54 ohm แต่เนื่องจากจังหวะ 1 ยังทำงานทำให้ความต้านทานทั้งสองตัวต่อแบบขนานกัน ดังนั้นความต้านทานจึงเท่ากับ 0.32 ohm พัดลมจะแรงขึ้น จังหวะ 3 (สีเขียว) เมื่อ relay high speed ได้รับสัญญาณจาก ECU relay จะจ่ายไฟให้พัดลม โดยไม่ผ่านความต้านทาน ทำให้พัดลมแรงสุด (อันนี้ไม่รู้ว่ามันทำงานที่กี่องศานะครับ ยังไม่เคยเห็นมันทำงานซักที) (http://www.vlovepeugeot.com/forum/index.php?action=dlattach;topic=9435.0;attach=13432;image) หัวข้อ: Re: มารวมเรื่องระบบระบายความร้อนของ Peugeot กัน เริ่มหัวข้อโดย: ภณ(PON) ที่ วันพุธที่ 20 มกราคม 2010 เวลา 12:06:00 http://www.vlovepeugeot.com/forum/index.php?topic=13936.0
1. พัดลมจะต้องทำงานเหมือนกันและพร้อมกัน 2. เปิดแอร์ทำงานทันที แอร์ตัดหยุด แอร์ทำงานพัดลมทำงานทั้ง 2 ตัว 3. ไม่เปิดแอร์พัดลมจะทำงานต่อเมื่อความร้อนขึ้นสูงประมาณ 92 องศา ความร้อนลดลงพัดลมหยุด 4 พัดลมมี 2 สเตป ความร้อนไม่เกิน 92 องศาโดยประมาณ จะพัดสเตป 1 มากกว่า 92 องศาจะพัดสเตป 2 ความร้อนลดลงก็จะพัดที่สเตป 1 แล้วก็หยุดถ้าความร้อนลดลง ประมาณ 90 องศา 5. ส่วนรถของคุณyux ผมขอสรุปคราว ๆ ดังนี้ 5.1 ดีเลย์ ตัวที่ควบคุมพัดลมเสีย ลองเปลียน ดีเลย์สลับกันดูก็ได้จะเห็นว่า ตัวที่เคยหมุน จะไม่หมุน ตัวที่ไม่หมุนก็จะหมุน(กรณีพัดลมไม่เสีย) 5.2 หรือไม่มอเตอร์พัดลมก็เสีย หรือถ่านหมด ลองเอามือช่วยหมุนจะเห็นว่ามันจะหมุนช้า ๆ แสดงว่าแปลงถ่านหมด 6 หากพัดลมตัวใดตัวหนึ่งเสีย พัดลมตัวที่สองจะหมุนเพื่อระบายความร้อนที่สเตป 2 ทุกครั้งที่ทำงาน ปัญหาเรื่องพัดลมของรถ 405 เกืือบทุกคันจะเจอเสมอ เนื่องจากรถมีอายุเิกิน 10 ปี พัดลมจะทำงานเป็น 2 step ดังนี้ 1 ถ้าไม่เปิดแอร์ พัดลมจะทำงาน step 2 เมื่ออุณหภูมิเกิน 92 องศา และจะทำงานด้านฝั่งแบตตัวเดียว 2 ถ้าเปิดแอร์ พัดลมจะทำงาน step 1 ทั้งสองตัว และเมื่ออุณหภูมิเกิน 92 องศา จะทำงาน step 2 ทั้งสองตัว หัวข้อ: Re: มารวมเรื่องระบบระบายความร้อนของ Peugeot กัน เริ่มหัวข้อโดย: Lucifer ที่ วันพุธที่ 20 มกราคม 2010 เวลา 12:41:43 ฟิวส์หัวรถไฟ เป็นอีกจุดหนึ่งของปัญหาพัดลมสเต็ม 2 ไม่ทำงาน
มันเป็นกล่องฟิวส์ที่อยู่ใต้ฝากระโปรงฝั่งผู้โดยสาร ใกล้กับหัวโช้ค เนื่องจากฟิวส์มีความร้อนสูงมาก และอุณหภูมิห้องเครื่องไม่ใช่น้อย เมื่อใช้นานไปตัวกล่องเสื่อมสภาพ และเกิดอาการช็อต ทำให้ตัวกล่องรถ 405 GR ละลาย บางครั้งอาจมองไม่เห็น อาจสังเกตได้กรณีฟิวส์ (30 แอมป์) ขาดบ่อย หากพัดลมสเต็มสองไม่ทำงาน ความร้อนขึ้น พิจารณาจุดนี้ด้วยครับ ราคากล่องฟิวส์หัวรถไฟ เบิกห้าง/เอกชัย ประมาณ 1200 บาทครับ เปลี่ยนเองได้ - ระดับความยาก = 1 หัวข้อ: Re: มารวมเรื่องระบบระบายความร้อนของ Peugeot กัน เริ่มหัวข้อโดย: blue dragon ที่ วันพุธที่ 20 มกราคม 2010 เวลา 14:40:49 ถ้ารีเลย์ไม่เสียก็ดูสวิทช์แอร์ตรงไดร์เออร์มันเสียได้ ปลั๊กสีน้ำตาลหลังเครื่อง(405-SRI) ก็เป้นตัวปัญหาเช่นกันครับ
หัวข้อ: Re: มารวมเรื่องระบบระบายความร้อนของ Peugeot กัน เริ่มหัวข้อโดย: ภณ(PON) ที่ วันพุธที่ 27 มกราคม 2010 เวลา 08:15:43 เรื่องระบบระบายความร้อน
เนื่องจากขณะที่เครื่องยนต์ทำงานเพื่อ เปลี่ยนพลังงานความร้อนให้เป็นพลังงานกลนั้น ภายในกระบอกสูบตรงบริเวณห้องเผาไหม้จะมีความร้อนซึ่งเกิดจากการอัดตัวของ อากาศ และแรงระเบิดจากการเผาไหม้สูงถึง 500 องศาเซลเซียล จึงจะต้องควบคุมและระบายความร้อนให้กับชิ้นส่วนต่างของเครื่องยนต์ เพื่อไม่ให้ชิ้นส่วนเหล่านั้นได้รับความเสียหาย การระบายความร้อนประกอบด้วย 1 น้ำ จะหมุนวนเข้าไปในเครื่องโดยมีปั้มน้ำเป็นตัวดูดน้ำจาก หม้อน้ำแล้วดันเข้าไปวนภายในเครื่อง ออกมา ตรงที่วาวล์น้ำจะทำหน้าที่เป็นประตูเปิดและปิดกั้นน้ำเพื่อควบคุมอุณหภูมิ 2 อากาศ เป็นตัวระบบายความร้อนให้กับน้ำที่ผ่านวาวล์น้ำออกจากเครื่องมา โดยจะมีพัดลมเป่าลมผ่านรังผึ้งของหม้อน้ำ 3 น้ำมันเครื่อง จะทำหน้าที่หล่อลื่นชิ้นส่วนของเครื่องยนต์เพื่อลดการสึกหรอ และยังเป็นตัวช่วยละบายความร้อนด้วย สาเหตุที่ทำให้ความร้อนสูงผิดปกติ 1 วาวล์น้ำเสีย(ไม่เปิด) น้ำจะไม่สามารถไหลวนออกจากเครื่อง มาเพื่อผ่านการระบายความร้อนที่หม้อน้ำได้ ส้าเหตุของการเสียเกิดจากการหมดอายุการใช้งาน การสังเกตเมื่อวาวล์น้ำเสีย _- ความร้อนสุง พัดลมทำงานปกติ - แผงรังผึ้งหม้อน้ำ ทางด้านน้ำออกจากเครื่องไม่ร้อนหรือแค่อุ่น แต่เครื่องร้อนมาก 2 หม้อน้ำตัน หม้อน้ำเป็นแท้งค์เก็บน้ำและยังทำหน้าที่ระบายความร้อนให้กับน้ำด้วย หากน้ำไม่สามารถไหลวนได้อย่างสะดวก ก็จะระบายความร้อนได้ไม่ดีเช่นกัน สาเหตุที่หม้อน้ำตันเกิดจากมีสนิมในน้ำมาก และน้ำมีตะกอนมากเกิดการสะสมของตะกอน กาสังเกตุ - เมื่อ ขับรถด้วยความเร็วเกิน100 กม./ชม เพิ่มความเร็วขึ้นเรื่อยๆ. คววามร้อนจะสูงขึ้นเรื่อๆไม่ยอมลด และเมื่อชะลอความเร็วลง ความร้อนก็จะลดตามลงมา - สตาทร์เครื่องอยู่ที่รอบเดินเบา(เริ่มจาก อุณหภูมิน้ำเย็น) ลองสัมผัสหม้อน้ำให้ทั่วทั้งใบ จะจบว่าสามในสี่ส่วนของหม้อน้ำจะค่อยๆร้อนขึ้น มีเพียงหนึ่งงส่วนที่ไม่ร้อน(บริเวณมุมล่างด้านซ้าย) 3 ครีบของรังผึ้งหม้อน้ำสกปรก สาเหตุเกิดจากแผงคอยล์ร้อนของแอร์รั่ว มีคราบน้ำมันมาเปื้อนที่รังผึ้งหม้อน้ำ จึงทำให้ฝุ่นเกาะติดอยู่กับครีบรังผึ้งหม้อน้ำ ลมจึงไม่สามารถผ่านรังผึ้งเพื่อระบายความร้อนให้กับน้ำได้ การสังเกตุ - สตาทร์เครื่องอยู่ที่รอบเดินเบา(เริ่มจากอุณหภูมิน้ำเย็น) ลองสัมผัสหม้อน้ำให้ทั่วทั้งใบ จะพบว่า หม้อน้ำจะร้อนทั่วทั้งใบ - เมื่อ ขับรถด้วยความเร็วเกิน100 กม./ชม เพิ่มความเร็วขึ้นเรื่อยๆ. คววามร้อนจะสูงขึ้นเรื่อๆไม่ยอมลด และเมื่อชะลอความเร็วลง ความร้อนก็จะลดตามลงมา 4 ประเก็นฝาสูบรั่ว(เล็กน้อย) ประเก็นเป็นตัวกั้นกำลังอัดและความร้อนในห้องเผาไหม้ หากมีการรั่วจะทำให้กำลังอัดจากห้องเผาไหม้ดันออกมาที่หม้อน้ำและดันน้ำออก จากหม้อน้ำ สาเหตุที่ทำให้ประเก็นฝาสูบรั่วมักเกิดจากเครื่องยนต์ได้รับความร้อนสูง (100องศา),ประเก็นผุเนื่องจากถูกน้ำกัดกร่อน การสังเกต - น้ำมักจะดันล้นออกมาฝาหม้อน้ำเมื่อดับเครื่อง(ฝาหม้อน้ำดี) - เมื่อทิ้งไว้จนกระทั่งเครื่องเย็น(ประมาณ6ชั่วโมง) ทดลองปีบท่อยางหม้อน้ำบนจะรู้สึกว่าแข็งมีลมอัดค้างอยู่ในระบบ - เปิดฝาหม้อน้ำ(เครื่องเย็น)จะมีลมดันออกจากหม้อน้ำ - เติม น้ำหม้อน้ำให้เต็ม ไล่ลมน้ำโดยใช้ขวดน้ำดื่มขนาด1ลิตรใส่น้ำประมาณครึ่งขวดแล้วจุ่มปากขวดเข้า กับหม้อน้ำ สตาทเครื่องเร่งค้างไว้ประมาณ2000รอบจนวาวล์น้ำเปิด จะสังเกตุเห็นฟองอากาศดันขึ้นมาจากหม้อน้ำเป็นลูกๆเป็นระยะๆ - ในกรณีที่ประเก็นฝาสูบแตก น้ำและน้ำมันเครื่องจนรวมกันเมื่อดึงเหล็กวัดน้ำมันเครื่องดู จะเป็นสีกาแฟ 5 ฝาหม้อน้ำเสีย เมื่อน้ำมีวามร้อนสูงขึ้นก็จะมีการขยายตัวและมีความดันเพิ่มขึ้น ถ้าฝาหม้อน้ำเสียจะไม่สามารถทนแรงที่เกิดขึ้นภายในหม้อน้ำได้ - เมื่อทิ้งไว้จนกระทั่งเครื่องเย็น(ประมาณ6ชั่วโมง) ทดลองปีบท่อยางหม้อน้ำบน ท่อน้ำไม่แข็ง(ไม่มีลมอัด) - หลังจากเติมน้ำและไล่ลมเสร็จแล้ว ปิดฝาหม้อน้ำแล้วจึงดับเครื่อง รอสักพักจะมีน้ำดันออกมาจากหม้อน้ำผ่านฝาหม้อน้ำออกมาอีก 6 สำหรับรถยนต์ที่ติดตั้งแก๊ส อาจจะพบกับปัญหาน้ำหายที่เกิดจาก แรงดันก๊าซในหม้อต้ม(เครื่องปรับความดัน) รั่วเข้ามาในห้องน้ำร้อน จึงมีแรงดันในหม้อน้ำด้วย อาการจะคล้ายกับประเก็นฝาสูบรัว และวิธีทดสอบก็ใช้จากข้อ4 จะต่างกันตรงที่ฟองอากาศที่ดันออกมาจะมีกลิ่นเห็นแก๊ส 7 กรณีน้ำหายไม่มีจุดรั่ว หม้อน้ำดี ฝาหม้อน้ำดี ประเก็นฝาสูบดี พัดลมไฟฟ้าทำงานเป็นปกติและแรงดี ตั้งข้อสันนิฐานว่าเกิดจากการรั่วแบบตามดเล็กๆ วิธีแก้ปัญหาที่ได้ผลดีและประหยัดวิธีหนึ่งก็คือ การติดตั้งกระป๋องพักน้ำแบบเดียวกับ P505 P305 เพื่อลดแรงดันน้ำในหม้อน้ำ และเติมน้ำกลับคืนให้กับหม้อน้ำ 8 พัดลมไฟฟ้า ทำงานไม่ปกติ พัดลมไฟฟ้าทำหน้าที่เป่า หรือดูดลมผ่านรังผึ้งของแผงรังผึ้งของแอร์และหม้อน้ำเพื่อระบายความร้อนให้กับระบบแอร์ และน้ำในหม้อน้ำ โดยทำงานเป็นสองจังหวะความเร็ว - จังหวะช้า(LOW SPEED) วงจรจะต่อแบบอนุกรม ขั้วหมายเลข 2 ของรีเรย์ 1500A มีไฟบวกผ่านขดลวดภายในตัวรีเลย์ออกมาที่ขั้วหมายเลข 1แล้วเข้าไปที่กล่องควบคุมพัดลม 8010 เมื่ออุณหภูมิน้ำถึงประมาณ 85 องศาหรือเปิดแอร์ กล่องควบคุมพัดลม 8010 จะรับรู้และยอมให้ขั้วหมายเลข 1 ของรีเลย์ 1500A ลงกราวน์ได้ ภายในตัวรีเลย์ 1500A จึงเกิดสนามแม่เหล็กดูดขั้วหมายเลข 3 ซึ่งมีไฟบวกผ่านฟิวส์มาจาก BB1ให้มาต่อกับหมายเลข 5 ไฟบวกจะผ่านหน้าคอนแทคมาเข้ามอเตอร์พัดลม 1510A แล้วมาวนเข้ารีเลย์ 1500C ที่ขั้วหมายเลข 3 ผ่านหนน้าคอนแทคออกมาที่ขั้วหมายเลข 4 มาเข้าที่มอเตอร์พัดลม 1510B แล้วลงกราวน์ที่จุด M001 พัดลมทั้งสองตัวจะหมุนด้วยความเร็วรอบช้าทั้งสองตัว โดยต่อกันเป็นวงจรอนุกรม - จังหวะร็ว(HI SPEED) เป็นการทำงานที่ต่อเนื่องจาก จังหวะช้า(LOW SPEED) เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น หรือสวิทแรงดันแอร์รับแรงดันที่สูงขึ้น ก็จะส่งสัญยาณเข้าไปให้กล่องควบคุมพัดลม 8010 รีเรย์ 1500B และ 1500C มีไฟบวกที่ผ่านสวิทกุญแจออกมาจากฟิวส์F5 มาเข้าขดลวดที่ขั้วหมายเลข 2 แล้วออกมาทางหมายเลข 1 ของรีเรย์ท้งสองตัว ก็จะสามารถลงกราวน์ที่กล่องได้ และภายในรีเรย์1500Bและ1500C ก็จะเกิดสนามแม่เหล็กดุดให้หน้าคอนเทคขั้วหมายเลข 3 มาต่อกับหมายเลข 5 มอเตอร์ 1510A จะลกราวน์ที่จุด M002 โดยผ่านหน้าหน้าคอนแทคของรีเรย์ 1500C มอเตอร์ 1510B จะได้รับไฟบวกจากกล่องฟิวส์ BB1 โดยผ่านมาจากคอนเทคหมายเลข 3 ต่อกับหมายเลข 5 ของรีเลย์ 1510B จากการทำงานของรีเลย์ทั้งสามตัวนี้จะทำให้มอเตอร์ 1510A และมอเตอร์ 1510B แยกวงจรเป็นขนานกัน หัวข้อ: Re: มารวมเรื่องระบบระบายความร้อนของ Peugeot กัน เริ่มหัวข้อโดย: credor ที่ วันพุธที่ 27 มกราคม 2010 เวลา 10:51:52 ได้ความรุ้ดี
หัวข้อ: Re: มารวมเรื่องระบบระบายความร้อนของ Peugeot กัน เริ่มหัวข้อโดย: ภณ(PON) ที่ วันอาทิตย์ที่ 31 มกราคม 2010 เวลา 08:28:47 ได้ความรู้ดี ช่วยกันเติม ครับใครรู้อะไรในหัวข้อใน ใส่ๆ มาเลยครับ หัวข้อ: Re: มารวมเรื่องระบบระบายความร้อนของ Peugeot กัน เริ่มหัวข้อโดย: เปี๊ยก&Snow ที่ วันอาทิตย์ที่ 31 มกราคม 2010 เวลา 14:13:23 ขอบคุณครับสำหรับความรู้ดีๆ จะได้ไว้สังเกตุอาการรถเมื่อมีปัญหา
หัวข้อ: Re: มารวมเรื่องระบบระบายความร้อนของ Peugeot กัน เริ่มหัวข้อโดย: ภณ(PON) ที่ วันอาทิตย์ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2010 เวลา 13:28:59 รูปวงจรไฟฟ้า 405 ครับ
(http://www.vlovepeugeot.com/webboard/upload/00946.jpg) (http://www.vlovepeugeot.com/webboard/upload/00946-1.jpg) หัวข้อ: Re: มารวมเรื่องระบบระบายความร้อนของ Peugeot กัน เริ่มหัวข้อโดย: Shutter J ที่ วันพุธที่ 21 เมษายน 2010 เวลา 03:36:06 ขอบคุณครับ มีประโยชน์มากเลย น่าจะครบถ้วนแล้วนะครับ เพราะจากประสบการณ์ที่ผ่านมาต่างวาระแต่กรรมเดียวคือเครื่องร้อนมาก สาเหตุจะมาจาก
1. วาล์วน้ำตาย (เปลี่ยนวาล์วน้ำ) 2. พัดลมไม่หมุน (ถ่าน รีเลย์ มอเตอร์เสีย เปลี่ยนพัดลม) 3. น้ำ มันหายเพราะสาย มันรั่ว (แล้วดันไปเติมน้ำตอนเครื่องร้อน น้ำมันเครื่องเป็นสีชาเย็น ฝาสูบโก่งเลย สุดท้ายเลยต้อง Overhall :นอนตายดีกว่า:) 4. หม้อน้ำรั่ว (เปลี่ยนใหม่เป็นทองเหลือง จากตอนแรกเป็นไฟเบอร์) 5. หม้อน้ำตัน (ผ่าหม้อน้ำมาล้าง) 6. ยังไม่รู้สาเหตุ อาการไม่แน่ไม่นอน เดี๋ยวปกติ เดี๋ยวฮีท เข็มวิ่งไปเกือบ 120 องศา แต่ไฟแดงไม่ขึ้น รถติดก็ฮีท ขับเร็วก็ฮีท พรุ่งนี้จะเอาไปให้ช่างดูครับ คิดว่าคงต้องไล่ไปทีอย่าง ตามที่คุณภณได้ให้ข้อมูลไว้ครับ หัวข้อ: Re: มารวมเรื่องระบบระบายความร้อนของ Peugeot กัน เริ่มหัวข้อโดย: Shutter J ที่ วันพฤหัสบดีที่ 22 เมษายน 2010 เวลา 05:02:01 สรุปหม้อน้ำตันครับ เลยเปลี่ยนใหม่เป็นแบบ 2 ชั้น รวมค่าแรง 4800 ครับ อุณหภูมิอยู่ช่วง 85-90 องศา เป็นที่น่าพอใจ เอาไว้ลองไปขับช่วงเที่ยงๆดูอีกทีครับเพื่อความชัวร์ :ยินดี อุอุอุ:
หัวข้อ: Re: มารวมเรื่องระบบระบายความร้อนของ Peugeot กัน เริ่มหัวข้อโดย: โจ ( ABC ) ที่ วันพฤหัสบดีที่ 22 เมษายน 2010 เวลา 21:43:58 ของผมใช้ 405GRI มีปัญหาความร้อนสูงถึง 100-110 ไปหาช่างหลายท่านก็ไม่หายจนวันนี้ได้ไปรองวิชาที่ร้านโพธิ์ใบกุล ขอบอกว่าสุดยอดทั้งบริการและมารยาทดีเยี่ยมช่างเก่งมากเห็นเป็นเด็กหนุ่มๆไม่นึกว่าจะเก่งที่ไหนได้ถาม2-3คำก็รู้เลยว่าจะต้องเปลี่ยนหม้อน้ำเท่านั้นถึงจะหายพอทำเสร็จขับกลับบ้านระยะทาง50โล ความร้อนขึ้นไม่เกิน 75 สุดยอดจริงๆใครมีปัญหารองใช้บริการดู เจ้เจ้าของร้านก็เก่งรอบรู้เกี่ยวกับเปอร์โยดี
ช่างบอกว่ารุ่นนี้เป็นพลาสติดล้างยังไงก็ไม่หายเลยเปลี่ยนมาเป็นของไทยทำ(ถ้าเสียซ่อมได้-ล้างได้) หัวข้อ: Re: มารวมเรื่องระบบระบายความร้อนของ Peugeot กัน เริ่มหัวข้อโดย: AB NORMAL ที่ วันศุกร์ที่ 23 เมษายน 2010 เวลา 07:11:26 ของผมใช้ 405GRI มีปัญหาความร้อนสูงถึง 100-110 ไปหาช่างหลายท่านก็ไม่หายจนวันนี้ได้ไปรองวิชาที่ร้านโพธิ์ใบกุล ขอบอกว่าสุดยอดทั้งบริการและมารยาทดีเยี่ยมช่างเก่งมากเห็นเป็นเด็กหนุ่มๆไม่นึกว่าจะเก่งที่ไหนได้ถาม2-3คำก็รู้เลยว่าจะต้องเปลี่ยนหม้อน้ำเท่านั้นถึงจะหายพอทำเสร็จขับกลับบ้านระยะทาง50โล ความร้อนขึ้นไม่เกิน 75 สุดยอดจริงๆใครมีปัญหารองใช้บริการดู เจ้เจ้าของร้านก็เก่งรอบรู้เกี่ยวกับเปอร์โยดี ราคาเท่าไหร่ละครับ เปลี่ยนหม้อน้ำ ??ช่างบอกว่ารุ่นนี้เป็นพลาสติดล้างยังไงก็ไม่หายเลยเปลี่ยนมาเป็นของไทยทำ(ถ้าเสียซ่อมได้-ล้างได้) หัวข้อ: Re: มารวมเรื่องระบบระบายความร้อนของ Peugeot กัน เริ่มหัวข้อโดย: โจ ( ABC ) ที่ วันศุกร์ที่ 23 เมษายน 2010 เวลา 08:25:11 ราคาหม้อน้ำ 5,500 บ. ค่าแรง 600 บ. ค่า 500 บ. (น่าจะเป็นตัววัดอุณหภู นะจำไม่ผิด )
รวม 6,600 บ. แจ๋วเลย หัวข้อ: Re: มารวมเรื่องระบบระบายความร้อนของ Peugeot กัน เริ่มหัวข้อโดย: mr.itti ที่ วันศุกร์ที่ 23 เมษายน 2010 เวลา 10:54:06 อยู่ที่ไหนครับ ร้านที่ว่า :ยินดี อุอุอุ:
หัวข้อ: Re: มารวมเรื่องระบบระบายความร้อนของ Peugeot กัน เริ่มหัวข้อโดย: vopang ที่ วันศุกร์ที่ 23 เมษายน 2010 เวลา 11:09:03 ผมเคยทำค่าฝังตัวเซนเซอติดกับหม้อน้ำ500 บ. ตัวเซนเซอ(82องศา) 100 บ(เชีงกงบางนา) เมื่อติดเรียบร้อยขับไปร้านไดนาโมเดืนสายไฟผ่านริเล กับตัวเซนเซอ พัดลมหน้าหม้อน้ำ แอร์คอม ประมาณ 500-700 b. stepทำงานคือ เปิดแอพัดลมสเตปหนึ่งทำงานทั้งสองตัว ความร้อนเกิน82องศา พัดลมสตปสองทำงาน แค่นี้แหละ สำบายจิงๆ ใช้มาหลายปีแระ หายห่วง ไปปรึกษาร้านหม้อน้ำและร้าใดทั่วไปทำได้แน่นอนครับ
หัวข้อ: Re: มารวมเรื่องระบบระบายความร้อนของ Peugeot กัน เริ่มหัวข้อโดย: fame Poebaikul ที่ วันศุกร์ที่ 23 เมษายน 2010 เวลา 13:00:20 ร้านอยู่ถนนพระราม4 ถ้ามาจากสามย่าน เลยแยกสะพานเหลืองมานิดหน่อยติดปั๊มตราดาวครับ ถ้ามาไม่ถูกติดต่อ 02-2337958-9 หรือ 0804486668 ครับ
หัวข้อ: Re: มารวมเรื่องระบบระบายความร้อนของ Peugeot กัน เริ่มหัวข้อโดย: โจ ( ABC ) ที่ วันศุกร์ที่ 23 เมษายน 2010 เวลา 21:13:19 เบอร์โทร 02-2337958-9 ถ้าไปจากแยกวัดหัวลำโพ บนถนนพระราม 4 ให้มุ่งหน้าไปทางสถานีหัวลำโพ
จะผ่าน3แยกบรรทัดทอง ( นะจำชื่อไม่ )ไปประมาณ 3 ม.(แมวเดิน) จะเห็นปั้มน้ำมัน(แต่จำชื่อไม่ได้มีอยู่ปั้มเดียว )ติดกำแพงปั้มจะเป็นซอยกว้างเท่ารถวิ่งได้ 1คันครึ่ง ถ้าไปตอนกลางวันจะมีร้านขายข้าวแกงและมีรูปพระสมเด็จวัดระฆังแตกรายงาแขวนอยู่ในร้านขายข้าวแกงหัวมุนเป็นตึกแถวถ้าจำไม่ผิดเป็นตึกแถว3ห้อง 2ห้องแรกเป็นร้ารโพธิ์ใบกุลติกกันเป็นร้านประกอบรถ3ล้อเครื่องติดกันเป็นศาลแขวงปทุมวันและศาลแรงงาน ให้จอดรถหลังร้านในซอยร้านขายข้าวแกง (บรรยายเหมือนเป็นเจ้าของร้านเลย) หัวข้อ: ชาว 405 ใตรอยู่แถวพระราม 2 บ้าง เริ่มหัวข้อโดย: โจ ( ABC ) ที่ วันศุกร์ที่ 23 เมษายน 2010 เวลา 21:17:00 :love love:
หัวข้อ: Re: มารวมเรื่องระบบระบายความร้อนของ Peugeot กัน เริ่มหัวข้อโดย: ธีธัช หนิมฮะ ที่ วันพุธที่ 23 มิถุนายน 2010 เวลา 20:59:17 ขอบคุณมากมาย.......... :มอบดอกไม้:
หัวข้อ: Re: มารวมเรื่องระบบระบายความร้อนของ Peugeot กัน เริ่มหัวข้อโดย: vut405.16000 ที่ วันพฤหัสบดีที่ 30 กันยายน 2010 เวลา 07:05:33 :Pika:
หัวข้อ: Re: มารวมเรื่องระบบระบายความร้อนของ Peugeot กัน เริ่มหัวข้อโดย: kritsanaphat ที่ วันพุธที่ 13 ตุลาคม 2010 เวลา 20:38:22 306 ผมเปลี่ยนหม้อน้ำเป็น3ช่องมาหลายปีแล้ว และก็รั่วเป็นปกติ ถอดไปเชื่อมทีไร สังเกตว่าทำไมร้านซ่อมหม้อน้ำทุกร้านชอบพูดว่าอย่าเติมน้ำยาหม้อนะครับเพราะน้ำยาจะไปกัดหม้อน้ำทำให้รั่ว แต่เห็นรถทุกคันก็เติมกันทั้งนั้น และอีกอย่างผมกลัวสนิมจะเข้าไปกินในเครื่องยนต์ พวกปั๊มน้ำและทางเดินน้ำต่างๆ วันนี้เปิดดูน้ำก็เริ่มเป็นสนิมอีกแล้วและน้ำก็หายอีกด้วย ตกลงว่าจะเติมน้ำยาดี หรือ ไม่เติมดี ........
:What: หัวข้อ: Re: มารวมเรื่องระบบระบายความร้อนของ Peugeot กัน เริ่มหัวข้อโดย: traiyaraj ที่ วันพฤหัสบดีที่ 21 ตุลาคม 2010 เวลา 09:44:02 ถ้าตะกรันไม่มาก ผมว่าล้างน้ำเปล่ารอบสองรอบน่าจะพอ ไม่ต้องใช้น้ำยาล้างหม้อน้ำเพราะกลัวมันจะกัดหม้อน้ำทะลุถ้าล้างน้ำยาออกไม่หมด แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นเหมือนเส้นผมบังภูเขาคือครีบหม้อน้ำมันล้ม รถผมครีบหม้อน้ำมันล้มเยอะมาก ความร้อนสูง แต่พอดัดครีบแล้วความร้อนก็ลดลงมากเลยครับ ถ้ารถวิ่งความร้อนจะอยู่ที่80-85 ถ้ารถจอดรถติดความร้อนจะอยู่ที่ 85-90 พอรับได้
|