|
หัวข้อ: ไฟรูปเครื่องยนต์ต้องติดก่อนจึงจะขับดี เริ่มหัวข้อโดย: ff55 ที่ วันพุธที่ 13 มิถุนายน 2012 เวลา 21:42:20 ผมใช้รถ 406 d9 ปี2000 อยู่แถวชลบุรี เพิ่งซื้อต่อมาได้ไม่นาน ก็วิ่งดีพอประมาณ ติดแก๊สหัวฉีด บริโภคประมาณ 8.5km/L (ตจว.) หลังจากซื้อก็
ไปเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง+กรอง+ น้ำมันเกียร์(total) ก็ปกติดี (ช่างบอกว่าไม่มีร่องรอยการเปลี่ยนน้ำมันเกียร์มาก่อนเลย) อีก2-3 วันต่อมาก็ไปเปลี่ยน สายพานแอร์พร้อมรอก และสายพานราวลิ้นพร้อมรอก ช่างใช้เวลานานมากในการเปลี่ยน(5ชั่วโมง) มีการถอดขั้วแบต ยกแบตขึ้นเพื่อเช็คยางแท่น เครื่องและเกียร์ด้วย พอเปลี่ยนเสร็จก็ไปลองรถปัญหาเริ่มเกิดเล็กน้อยก่อน คือเรารู้สึกว่ารถออกตัวอืดขึ้น มีอาการสั่นเล็กน้อย เกียร์จาก1ไป2 กระตุก แรงขึ้น แต่ยังขับได้ พอขับทางไกลก็ปกติ แต่ปรากฏว่าอัตราบริโภคประมาณ 6.5km/L (วิ่งต่างจังหวัด) ผมรู้สึกว่ากินมากไป ก็พยายามหาที่จูนแก๊สแต่ ไม่มีที่ไหนมีแผ่น ของ(eureka ถ้าสะกดไม่ผิด) ก็วิ่งต่อมาประมาณอาทิตย์นึงปรากฏว่าขับอยู่ดีๆพอจอดปุ๊บ มีอาการเหมือนเครื่องไม่เต็มสูบ อยู่ดีๆก็ ดับ และมากขึ้นจนขับไม่ได้ มีอาการเหมือนเครื่องสำลักด้วย เลยให้ช่างมาลากไปจัดการ ช่างเช็คดูแล้วบอกว่า คอยจ่ายไฟบอดไป 3หัว หัวเทียนบอด ไป 2หัว ช่างลองเช็คการใส่สายพานราวลิ้นดูแล้วว่าไม่มีปัญหา ก็เปลี่ยนคอย (4600บาท) กับหัวเทียน4หัว แล้วบอกให้ไปรับรถได้ พอไปถึงก็ไปลอง รถก็ดีไม่มีปัญหา แต่เกียร์1ไป2กระตุกแรงมาก ก็กะว่าค่อยเอาไปซ่อมวันต่อไป พอจอดดับเครื่องเข้าไปจ่ายเงินช่าง(ช่างใจดีและเป็นกันเองมากไม่คิด ค่าแรงกับค่าลากรถด้วย) เสร็จมาสตาร์ทเครื่อง ปรากฏว่าอาการเดิมคือสั่น ไม่มีแรง ดับ กลับมาอีกแล้วครับ ต้องให้ช่างมาดูอีกที ก็เลยจับจุดได้ว่า เวลาสตาร์ทใช้น้ำมันจะไม่เป็นไร แต่พอมันตัดมาใช้แก๊ส รถจะเริ่มสั่น รอบเครื่องสวิง อาจจะดับเป็นบางครั้ง ต้องรอหรือเร่งเครื่องให้ไฟรูปเครื่องยนต์ โชว์ รอบจึงจะนิ่งและจะขับได้ ช่างนัดวันรุ่งขึ้นไปล้างปีกผีเสื้อ ปรากฏว่าตอนขับกลับบ้าน อาการเกียร์1ไป2กระตุกแรง หายไป เปลี่ยนเกียร์ได้ นิ่มนวลกว่าก่อนเป็นอีก ส่วนอาการกินแก๊สยังเช็คไม่ได้แต่เท่าที่สังเกตน่าจะประหยัดกว่าตอนซื้อมาใหม่ๆอีก ตอนนี้ขับมีความสุขมาก แค่เปลี่ยนคอย กับหัวเทียนเท่านั้นเอง แต่ก็มีที่กังวลก็ตรงที่ต้องรอไฟรูปเครื่องยนต์ขึ้นก่อนถึงจะขับดี ไม่ทราบว่าจะมีผลเสียกับรถไหมครับ (หน้าปัทม์ไม่ขึ้นความผิด ปกติตอนไฟเครื่องยนต์โชว์) แล้วผมควรต้องทำอะไรบ้างครับ หัวข้อ: Re: ไฟรูปเครื่องยนต์ต้องติดก่อนจึงจะขับดี เริ่มหัวข้อโดย: PLW ที่ วันพุธที่ 13 มิถุนายน 2012 เวลา 22:06:25 ขออนุญาติออกความเห็นครับ
น่าจะมีเซ็นเซอร์ตัวใดตัวนึงเสีย(เดาต่อไปอีกว่าเป็นอ๊อกซิเจนเซนเซอร์) ต้องใช้คอมของศูนย์ จับหาอาการนี้ครับ เพื่อนผมก็เป็นเบาดับ ไฟโชว์ เจอว่าO2 sencerเสีย ส่วนของผมเครื่องสั่นเหมือนกับว่าติดไม่ครบสูบ ศูนย์เอาไปหาว่าอะไรเสีย สามว้นบอกไม่มีอะไรเสียแค่น้ำมันเครื่องพร่องไปกว่าครึ่ง เอ่ออย่าเพิ่งเซ็งนะครับ บางอาการมันแค่เส้นผมบังภูเขา ต้องใจเย็นๆและต้องได้ช่างที่ละเอียดรอบคอบ ครับ หัวข้อ: Re: ไฟรูปเครื่องยนต์ต้องติดก่อนจึงจะขับดี เริ่มหัวข้อโดย: studee ที่ วันพุธที่ 13 มิถุนายน 2012 เวลา 23:58:17 ต้องแน่ใจก่อนครับว่าสายพานไทมิ่งไม่ข้ามร่อง
ยังงัยก็ลองจูนแก๊สใหม่ก่อนครับ เรื่องเกียร์ต้องลองเสียบ pps ดูฟอล์ทก่อนครับ ถ้าไม่มีฟอล์ท รัะดับน้ำมันถูกต้อง ก็คงต้องล้างสมองเกียร์ครับ หัวข้อ: Re: ไฟรูปเครื่องยนต์ต้องติดก่อนจึงจะขับดี เริ่มหัวข้อโดย: 8ช-xxxx ที่ วันพฤหัสบดีที่ 14 มิถุนายน 2012 เวลา 07:21:55 ลองดูแถว ๆ o2 senser ครับ
อาจจะแค่ช่างไปโดยสายไฟ ของมันหลุดก็เป็นไปได้ครับ ส่วนเกียร์กระตุก ใจเย็น ๆ ไว้ก่อน ครับ เอาเครื่องให้หายก่อน บางทีเกียร์อาจจะหายก็เป็นไปได้ โดยเฉพาะ ถ้าต้นเหตุมาจากสายไฟ ครับ หัวข้อ: Re: ไฟรูปเครื่องยนต์ต้องติดก่อนจึงจะขับดี เริ่มหัวข้อโดย: Prajak 406 ที่ วันพฤหัสบดีที่ 14 มิถุนายน 2012 เวลา 12:20:48 อ้างถึง ผมใช้รถ 406 d9 ปี2000 อยู่แถวชลบุรี ไม่ทราบว่าเข้าศูนย์หรืออู่ไหนครับ ช่วยแนะนำด้วย ผมอยู่พัทยา ตอนวิ่งเข้ากรุงเทพอย่างเดียวเลย แต่ก็ยังซ่อมไม่หาย เลยอยากหาอู่แถวชลบุรีบ้าง ขอบคุณมากครับ หัวข้อ: Re: ไฟรูปเครื่องยนต์ต้องติดก่อนจึงจะขับดี เริ่มหัวข้อโดย: ff55 ที่ วันพฤหัสบดีที่ 14 มิถุนายน 2012 เวลา 15:23:11 ช่างลองเช็คเรื่องสายพานไทม์มิ่งแล้วปกติดีครับ เรื่องเกียร์กระตุก ตอนนี้ถ้าไฟรูปเครื่องโชว์จะไม่กระตุกเลย เปลี่ยนเกียร์ได้นุ่มนวลมาก เครื่องก็เรียบดี อัตราเร่งก็ดี ซึ่งถ้าสตาร์ทแล้วต้องรอให้มันเปลี่ยนเป็นแก๊สประมาณ 1นาที ไฟรูปเครื่องจึงจะติด วันนี้เช็คแก๊สแล้วทางไกลประมาณ 9kmกว่าต่อลิตร ประหยัดกว่าตอนซื้อมาเล็กน้อย มันจะมีปัญหาตอนไฟรูปเครื่องยังไม่ขึ้นเท่านั้นที่มันจะสั่นแล้วถ้าขับตอนนั้นเกียร์ถึงจะกระตุก และเครื่องจะอืด จริงๆแล้วอยากทราบว่าถ้าขับไปโดยขณะที่ไฟโชว์อยู่จะมีผลเสียกับรถไหมครับ ถ้ามีต้องทำอย่างไรครับ (หน้าปัทม์ไม่โชว์ฟอลท์)
คุณPrajak 406 ครับ ผมใช้บริการอู่ช่างตี๋ ซอยสารพัดช่างอยู่ครับ เพิ่งใช้บริการไม่นานไม่ทราบว่าเก่งแค่ไหน ได้ยินว่าเคยอยู่ศูนย์เปอโยต์ในกรุงเทพมาก่อนแล้วย้ายมาอยู่ศูนย์ชลบุรี แล้วออกมาเปิดเอง แต่เห็นวางเครื่อง 16วาวล์ได้ แต่อัธยาศัยดีมาก ใจดี ที่สำคัญ ราคาถูกครับ อะหลั่ยก็ไม่ต้องผ่านแกครับ แกสั่งให้แต่เราจ่ายเงินคนส่งของเอง ถ้าสนใจก็ลองดูครับ เบอร์ช่างตี๋ 081-9821204 หัวข้อ: Re: ไฟรูปเครื่องยนต์ต้องติดก่อนจึงจะขับดี เริ่มหัวข้อโดย: boomberman ที่ วันพฤหัสบดีที่ 14 มิถุนายน 2012 เวลา 16:26:54 เชียร์อู่พี่ตี๋อีกเสียงครับ ผมใช้บริการพี่เค้าประจำมาหลายปีแล้วครับ ใช้เปอร์โยมาสองคันแล๊ะ บริการดี ไม่แพง ใจดี อะไรซ่อมได้แกซ่อมให้ไม่ต้องเปลี่ยน รถมาทำกับแกแยะครับ
บางครั้งอาจต้องรอคิวบ้าง เท่าที่ใช้บริการมาแกทำงานเรียบร้อยดีครับ ฝีมือใช้ได้เลยเข้าขั้นเก่งเลยหละ เห็นหลายครั้งช่างในเมืองชลพอเจอเปอร์โยก็โทรมาปรึกษาแกบ้าง วิ่งมาบ้างแกไม่หวงวิชา บางอย่างถ้าไม่แยะแกไม่ยอมคิดตังส๊ะงั้น 555 ต้องแอบซื้อคาราบาวแดงให้ หัวข้อ: Re: ไฟรูปเครื่องยนต์ต้องติดก่อนจึงจะขับดี เริ่มหัวข้อโดย: Prajak 406 ที่ วันพฤหัสบดีที่ 14 มิถุนายน 2012 เวลา 17:57:59 ขอบคุณมากครับ คุณff55 และ คุณboomberman จะได้เอารถไปให้เช็คให้บ้าง
ของผมมีอาการรอบตกเป็นเฉพาะเวลาเปลี่ยนเกียร์ บางครั้งถึงขั้นดับ เปลี่ยนไปหลายอย่างแล้ว ยังเหมือนเดิม หัวข้อ: Re: ไฟรูปเครื่องยนต์ต้องติดก่อนจึงจะขับดี เริ่มหัวข้อโดย: peerayos ที่ วันพฤหัสบดีที่ 14 มิถุนายน 2012 เวลา 20:08:10 ครับ ผมก็ช่างตี๋นี่แหละครับ แต่ถ้าคำแนะนำ-ปรึกษาที่ดี ละก็ เฮียชาติชาย /คุณจตุภูมิ ครับ
หัวข้อ: Re: ไฟรูปเครื่องยนต์ต้องติดก่อนจึงจะขับดี เริ่มหัวข้อโดย: Visan_406 ที่ วันอาทิตย์ที่ 17 มิถุนายน 2012 เวลา 15:40:22 ลองเอาไปจูนแก้สก่อนเลยครับอาจจะไม่ต้องเสียเงินเลยก็ได้ ของผมอาการคล้ายๆกันครับ อาการของผมคือเบาดับ เกียร์1ไป2 กระตุกแรงมาก และถ้าขับเร็วๆหรือขับติดต่อกันนานๆ ไฟรูปเครื่องจะโชว์ ออกตัวสะดุดมากก แอร์ตัดไปเฉยๆสารพัดเลยหละครับ เอารถไปจูนแก้สอู่ในกทม. ก็คิวยาวมากต้องรอ พอดีสิ้นอาทิตย์ที่แล้วมาธุระเชียงใหม่ เลยมีโอกาสเอารถไปจูนแก้ส(อย่างเดียวจริงๆ) เสียค่าจูนไป 200 บาทไทย จบครับอาการทุกอย่างที่เป็นมาหายมลายสิ้นเกียร์ก็เปลี่ยนนิ่ม เบาไม่ดับ ออกตัวไม่สดุด 200ครับลองทำดูก่อนก็ได้ครับถ้าไม่หายค่อยไล่ต่อไป เป็นกำลังใจให้ครับ
ปล. รถผมบริโภคแก้สต่างจังหวัด 11กม./1ลิตร ครับ |