Re: เห็นข่าว "กักตุนแก๊ส" By: pclock
วันอังคารที่ 01 กรกฎาคม 2008 เวลา 10:55:25

What the hell man

เกิดอะไรกันขึ้นกับราคาแก๊สในประเทศไทยเนี๊ยะ

ปตท. จะกินไปถึงไหน แม่จ้าว
Re: เห็นข่าว "กักตุนแก๊ส" By: eurostar
วันอังคารที่ 01 กรกฎาคม 2008 เวลา 11:11:15
ย่านพระราม 2 เมื่อวานนี้ ราบเรียบ ไม่มีอะไร จะขาย เจอแต่ ปิด ๆๆๆ
วันนี้ ย่าน ถ.รามคำแหง หัวถนน เลยครับ มีขาย ร้านที่ 1
ร้านที่ 2 ก่อนถึง รร.อเล็กซานเดอร์ ก็มีขาย
........ปกติ ยังหว่า........ใจเริ่ม เต้น ตุ้มๆๆต่อมๆๆๆ
Re: เห็นข่าว "กักตุนแก๊ส" By: old-big
วันอังคารที่ 01 กรกฎาคม 2008 เวลา 22:11:50
เพิ่มเติมครับ เกี่ยวกับแก๊ส
เมื่อกี้ได้ยินข่าวทีวี ปีที่แล้วปริมาณการใช้ LPG อยู่ที่ 3.2 ล้านตันต่อปี แต่ผลิตได้ สามล้านตันต่อปี (ผมเองก็เคยบอกไว้ใน วีเลิฟนี่เหมือนกัน)
ปีนี้แค่หกเดือนเราใช้แก๊สไปแล้ว 3.5 ล้านตัน ภายในหกเดือน ราคาแก๊สหน้าปั๊มอยู่ที่ 12บาทต่อ กิโล
ราคาจริงอยู่ที่ 32 บาทต่อกิโล รัฐสำรองจ่ายส่วนต่างอยู่ 20 บาท ต่อ กิโล คิดดูแล้วกันรัฐจ่ายไปเท่าไหร่แล้วปีนี้ ไม่รู้ไปเอาเงินที่ไหนมาจ่ายให้พวกเราใช้
เงินสว่นหนึ่งก็มาจากคนที่เดินขึ้นรถไฟฟ้าขึ้นรถเมล์ ขับรถดีเซล หรือ น้ำมัน 95 ครับ ผ่านทางระบบภาษี
Re: เห็นข่าว "กักตุนแก๊ส" By: oakey115
วันอังคารที่ 01 กรกฎาคม 2008 เวลา 22:34:06
เพิ่มเติมครับ เกี่ยวกับแก๊ส
เมื่อกี้ได้ยินข่าวทีวี ปีที่แล้วปริมาณการใช้ LPG อยู่ที่ 3.2 ล้านตันต่อปี แต่ผลิตได้ สามล้านตันต่อปี (ผมเองก็เคยบอกไว้ใน วีเลิฟนี่เหมือนกัน)
ปีนี้แค่หกเดือนเราใช้แก๊สไปแล้ว 3.5 ล้านตัน ภายในหกเดือน ราคาแก๊สหน้าปั๊มอยู่ที่ 12บาทต่อ กิโล
ราคาจริงอยู่ที่ 32 บาทต่อกิโล รัฐสำรองจ่ายส่วนต่างอยู่ 20 บาท ต่อ กิโล คิดดูแล้วกันรัฐจ่ายไปเท่าไหร่แล้วปีนี้ ไม่รู้ไปเอาเงินที่ไหนมาจ่ายให้พวกเราใช้
เงินสว่นหนึ่งก็มาจากคนที่เดินขึ้นรถไฟฟ้าขึ้นรถเมล์ ขับรถดีเซล หรือ น้ำมัน 95 ครับ ผ่านทางระบบภาษี

ใช่ครับ ทางออกที่ดีที่สุด วันนี้ดูสรยุทธสัมภาษณ ปิยสวัสดิ์. อัมระนันทน์ แล้วก็เห็นด้วยครับ คนไทยควรยอมรับความจรืงและปรับตัวเพื่อเผชิญวิกฤตินี้
ตามที่ผมเรียนและทำงานมาทางด้านเศรษฐศาสตร์ การที่รัฐแทรกแซงกลไกราคาเกินขอบเขต ผลเสียย่อมมากกว่าผลดี ท่านปิยสวัสดิ์ ซึ่งผมคิดว่าเป็นหนึ่งในกูรูด้านพลังงาน
ได้พยายามจะบอกพวกเราเสมอครับว่าให้เผชิญหน้ากับความจริง อุปสงค์ที่บิดเบือนในช่วงนี้ที่เกิดจากการพยายามตรึงราคาแก๊สมาก่อนหน้าได้สะท้อนผลเสียมาแล้วในตอนนี้
Re: เห็นข่าว "กักตุนแก๊ส" By: madmax
วันอังคารที่ 01 กรกฎาคม 2008 เวลา 23:17:07
ด่าไปก็เท่านั้น มันคงแก้ไขอะไรไม่ได้ พวกเราต้องปรับตัวยอมรับสถานการณ์

Re: เห็นข่าว "กักตุนแก๊ส" By: pom
วันศุกร์ที่ 04 กรกฎาคม 2008 เวลา 01:10:59
LPG เพื่อการขนส่งยังไม่ปรับราคา
สมน้ำหน้าไอ้พวกกักตุน แทนที่จะได้กำไร กลายเป็นเสียรายได้ไป 3-4 วัน 
Re: เห็นข่าว "กักตุนแก๊ส" By: aditath
วันศุกร์ที่ 04 กรกฎาคม 2008 เวลา 07:41:29
รีบลอยตัวซะ เป็นไปตามกลไกลราคาที่แท้จริงดีกว่า
Re: เห็นข่าว "กักตุนแก๊ส" By: tree406
วันศุกร์ที่ 04 กรกฎาคม 2008 เวลา 08:26:37
ผมว่าไม่ใช่กักตุนเพื่อกำไรหรอกครับ เพราะคนที่กักตุนน่าจะเป็น ปตท. ที่ไม่ยอมจ่ายให้ปั้มแก๊ส ทำให้เกิดวิกฤตเหมือน NGV เดี๋ยวจะน้อยหน้า แถมทำให้คนที่ลังเลระหว่าง LPG กับ NGV เทใจให้ NGV อีกนิดเพราะมีสิทธิเข้าคิวเติมเหมือนกัน ใครพอมีข้อมูลเรื่องการส่งออก และนำเข้า LPG ที่น่าเชื่อถือบ้างครับ ดูจากบางสื่อ เราส่งออก บางสื่อเราน้ำเข้า จนไม่รู้ว่าจริงๆ เราใช้แก๊สจากไหน ถ้านำเข้าก้อเห็นด้วยกับการลอยตัว แต่ถ้าส่งออก แล้วมานั่งบอกว่าขายไม่เท่าราคาตลาดโลก งั้นของที่เราผลิตได้อย่างอื่นทำไมไม่อิงตามตลาดโลกล่ะ ไม่เข้าใจ ปตท.ครับ จะเอากำไรไปให้ผู้ถือหุ้นขนาดไหน เดี๋ยวแช่งให้ยึดกับเป็นสมบัติของประเทศเหมือนเดิมหน่ะดีแล้ว ไม่แสวงหาผลกำไรเกินไป ทั้งที่ทรัพย์สินบางอย่างไม่ต้องลงทุนเองสมัยเป็นของรัฐ แต่ตอนนี้เข้าตลาดหลักทรัพย์จ่ายค่าเช่าหมดยัง กำไรยังบานตะเีกียงอยู่เลย ส่วนหนี้ทยอยใช้ เหอะๆๆๆ ประเทศชาติเศร้าหมอง
Re: เห็นข่าว "กักตุนแก๊ส" By: wasin
วันศุกร์ที่ 04 กรกฎาคม 2008 เวลา 09:33:33
ลองดูข้อมูลใน
www.racingweb.net ดูสิครับ
อยู่ใน Racing forum
มีคนเอาข้อมูล LPG กับ รายชื่อผู้ถือหุ้นมาให้ดูด้วย
ชาว racing forum อัดอั้นตันใจกันน่าดู
ด่าจนไม่รู้จะสรรหาคำอะไรมาด่าอะไรแล้ว
Re: เห็นข่าว "กักตุนแก๊ส" By: old-big
วันเสาร์ที่ 05 กรกฎาคม 2008 เวลา 09:12:29
ลองมาดูสถิติการบริโภค LPG ในประเทศไทยตั้งแต่ปี 1986-2008 โดยแบ่งเป็นภาคครัวเรือน อุตสาหรรม และ รถยนต์ และ ปี 2008 จะเป็นการแยกให้เห็นชัดเลยว่า แต่ละบริษัท เช่น ปตท เอสโซ่ คาลเท๊ก ขายก๊าซไปแล้วเท่าไหร่ใน 5 เดือนรแกของปี 2008
และมีการเปรียบเทียบ 5 เดือนแรกของ 2005-2008 ด้วยว่าอัตราการใช้ LPG มันเท่าไหร่กัน
แหล่งที่มาเป็นของกระทรวงพลังงานแห่งประเทศไทย
http://www.eppo.go.th/info/2petroleum_stat.htmการบริโภคระหว่างปี 1987-2007:
http://www.eppo.go.th/info/stat/T02_03_05-2.xlsปีปัจุบันยอดขาย 5 เดือนแรก 1.8 ล้านตันจากทุกบริษัทรวมกัน
http://www.eppo.go.th/info/stat/T02_03_05.xlsส่วนการนำเข้าและส่งออกผมติดไว้ก่อน หาไม่ยากครับ ใครๆก็ต้องผ่านกรมศุลอยู่แล้ว เดี๋ยวผมตรวจให้ การส่งออกขึ้นกับหลายเหตุครับ ถ้าบริษัทไหนขอ BOI ก็ต้องส่งออก 80% ตามกฏ ซึ่งมีตัวอย่างให้เห็นว่าบริษํทเหล่านี้โดนด่าหูตูบจากคนไทย เพราะขายราคาเดียวกับต่างประเทศทั้งๆที่ผลิตในเมืองไทย ถ้าไม่มี BOI ก็ขึ้นอยู่กัลผู้บริหารว่าตลาดไหนทำเงินกว่ากัน ถ้าต่างประเททำเงินมากกว่าเขาก็ขายต่างประเทศไม่ข้อบังครับ แต่ตรวจดู ภาคส่งออกได้ว่าประเทศไทยส่งอะไรไปขายมากกว่า
แต่เรื่องพลังงานประเทศไทยไม่ใช่ผู้ส่งออกแน่นอน ไม่งั้นเราคงเป้นสมาชิกโอเปค กำราคาน้ำมันแบบอาหรับไปนานแล้วครับ เราผลิตได้จริงแต่ไม่พอบริโภค แถวน้ำมันดิบที่เราขุดได้ไม่ดีเท่าของอาหรับ ผลิตน้ำมันคุณภาพสูงอย่างแก๊สโซลีน หรือ ดีเซลหมุนเร็วไม่ได้มากครับ แต่ผมจะหาข้อมูลให้ว่าเราส่งพลังงานออกขายจริงหรือเปล่า
ข้อมูลนี้เชื่อถือได้แน่นอน มากกว่าสื่อหนังสือพิมพ์ เพราะข้อมูลที่ใช้อ้างอิงของทางราชการ ซึ่งต่างชาติเขาก็ต้องใช้เพื่อลงทุนในไทย
ถ้าข้อมูลของรัฐมั่วประเทศนี้จบแล้วครับ ใครเขาจะมาเชื่อถืออีกต่อไป ใครเขาจะมาลงทุน ใครเขาจะอยากคบค้าด้วย ข้อมูลของรัฐจะต่างจากสื่อทั่วไป เพราะสื่อทั่วไปก็เหมือนเราๆที่รู้ไม่ลึกเท่ารัฐแน่นอน จึงออกแนวคาดการณ์ ถ้าผิดพลาดจะหาความรับผิดชอบจากสื่อเหล่านี้ไม่ได้แน่นอน นักธุรกิจและเศรฐศาสตร์ก็ต้องอิงข้อมูลของรัฐในการวิเคราะห์ครับ
เพิ่มเติมน้ำมัน 1 ลิตร เราต้องจ่ายค่าอะไรบ้าง:
http://www.thaienergynews.com/energy_focus1.aspผมเจอเพิ่มแล้วจากกระทรวงพลังงาน ประเทศไทยมีการส่งออก LPG ในปี 2550 8000 บาเรลต่อวัน
1 บาเรลเท่ากับ 159 ลิตร ไทยส่งออก LPG ประมาณ 464 ล้านลิตรต่อปี
http--www.eppo.go.th-info-report-2550-press-energy2550.ppt ดูที่หน้า 11 ครับ
โครงสร้างผุ้ถือหุ้นของ ปตท.
http://www.pttplc.com/TH/ir_sh_st.aspx? กระทรวงการคลังถืออยู่ 51.8% ซึ่งเป็นอันดับหนึ่ง เท่ากับว่า ปตท ถึงจะเป้นเอกชน เพราะอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ แต่รัฐถือหุ้นเกิน 50% เท่ากับว่า ปตท. ถูกบริหารและกำหนดนโยบายโดยรัฐบาลไทยผ่านทางกระทรวงการคลัง จึงไม่แปลกใจว่าทำไมหลายครั้ง ปตท. คานอำนาจการกำหนดราคากับปั๊มฝรั่งได้
Re: เห็นข่าว "กักตุนแก๊ส" By: fish
วันเสาร์ที่ 05 กรกฎาคม 2008 เวลา 09:34:48
ขอบคุณมากครับ คุณ old-big สำหรับข้อมูลดีๆ
Re: เห็นข่าว "กักตุนแก๊ส" By: Webmaster
วันเสาร์ที่ 05 กรกฎาคม 2008 เวลา 10:18:39
ขอบคุณ old-big เช่นกัน
Re: เห็นข่าว "กักตุนแก๊ส" By: oakey115
วันเสาร์ที่ 05 กรกฎาคม 2008 เวลา 14:35:05
ขอบคุณคุณold-big มากเช่นกันครับ
ผมในฐานะของนักเศรษฐศาสตร์(อดีต) ซึ่งเคยช่วยนายที่สำนักวิเคราะห์สถานการณ์น้ำมันเมื่อหลายปีที่ผ่านมาแล้วนั้น
ทิศทางที่เป็นอยู่ในปัจจุบันเป็นสิ่งที่โมเดลทางเศรษฐกิจที่ส่วนผมทำเคยมีPaperรายงานไปแล้ว สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน
เพียงแต่ไทมมิ่งการเกิดเกิดขึ้นเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ ทางออกที่ดีที่สุดเท่าที่ทำได้ในปัจจุบันคือ การลอยตัวราคาก๊าซนะครับ
เพียงแต่การออกนโยบายลอยตัวราคาก๊าซนั้น เป็นเครื่องมือที่ส่งผลกระทบทั้งดีและแย่ต่อฐานเสียงของนักการเมืองส่วนมาก เลยไม่มีไครอยากทำกัน
รัฐบาลที่ผ่านมาท่านนายปิยะสวัสดิ์ อัมระนันท์ ซึ่งไม่มีความจำเป็นต้องรักษาฐานเสียงได้กล้าทำในสิ่งที่ถูกต้องคือการค่อยๆลอยตัวราคาก๊าซLpgให้คนได้ปรับตัว
เพราะผลกระทบด้านพลังงานเป็นวิกฤตที่รุนแรงเกินกว่าไทยเราจะอุดหนุนและต้านทานได้ หากฝืนมากเกินไปเหตุการณเหมือนวิกฤติ์เงินบาทครั้งนั้นย่อมมาอีกครั้ง
หลายท่านๆอาจไม่ค่อยพอใจกับราคาก๊าซที่จะลอยตัวและราคาแพงในอนาคต แต่อยากให้ทุกๆท่านรู้ว่าวิกฤตินี้มันใหญ่และเกินความควบคุมที่จะอุดหนุนได้
อีกไม่นานราคาค่าไฟตามบ้านผมว่าต้องมีการปรับขึ้นอีกครั้ง แล้วนั้นละครับกระทบคนทั้งประเทศจริงๆ
ขอบคุณครับ
Re: เห็นข่าว "กักตุนแก๊ส" By: Horn
วันเสาร์ที่ 05 กรกฎาคม 2008 เวลา 16:26:34
ภาวนาให้ราคาน้ำมันลิตรละ 100 บาท ไปเลยครับ เผื่อจะได้เกิดสงครามโลกครั้งที่สาม 55555 (หัวเราะแบบเสียสติไปแล้ว)
Re: เห็นข่าว "กักตุนแก๊ส" By: old-big
วันอาทิตย์ที่ 06 กรกฎาคม 2008 เวลา 10:27:59
วันนี้ว่างเลยค้นเพิ่มครับ ได้มาว่าปริมาณการผลิต LPG ในประเทศที่ผลิตได้เองสูงสุดที่คาดว่าจะทำได้จนถึงปี 2554 คือ 73800 บาเรลต่อวัน
ซึ่งหนึ่งปีผลิตได้ 2.35 ล้านตันต่อปี ซึ่งต่ำกว่าที่สื่อออกข่าวมาคือสามล้านตันต่อปี สูตรคือ (1 บาเรลเท่ากับ 159 ลิตร และ 1.8 ลิตรเท่ากับ 1 กก.) แหล่งที่มาเป็นงานวิจัยของจุฬา ซึ่งไปเก็บข้อมูลจากหลายแหล่งที่เป้นหน่วยงานของรัฐ
http://www.teenet.chula.ac.th/plan/plan4254-2.aspตอนนี้ถ้าดูจากข้อมูลกระทรวงพลังงาน ก๊าซธรรมชาติ และ ถ่านหินคือแหล่งพลังงานที่จะมาทดแทนน้ำมัน ซึ่งไม่แปลก ถ้าดูระดับโดยรวมของโลก แนวโน้มก็มาทางนั้น แต่กรณีเมืองไทยแก๊ซธรรมชาติคือนโยบายแน่นอน เพราะเราผลิตเองได้ ถ่านหินเรามีไม่มาก ที่สำคัญถ่านหินสร้างมลภาวะมากด้วย บริษัทที่ผมทำงานอยู่ใช้ทั้งสองพลังงานคือน้ำมันและถ่านหิน ตอนนี้จะเอาก๊าซธรรมชาติมาแทนน้ำมัน
อย่างโรงงานของบริษัทผมก็เริ่มดำเนินการเดินท่อก๊าซธรรมชาติกันแล้ว โดยร่วมมือกับโรงงานข้างเคียง เพื่อมาทดแทนน้ำมันดีเซลและน้ำมันเตา ปัญหาใหญ่คือ เครื่องจักรโรงงานส่วนใหญ่ไม่มีก๊าซธรรมชาติครับ ต้องโมดิฟาย ซึ่งวิศวกรเครื่องกลของเราต้องปัดฝุ่นตำราเรียนแล้วครับ จากซ่อมบำรุงมาเป้นโมดิฟายเครื่องให้ใช้ก๊าซได้ ท้าทายครับแต่ไม่เกินความสามารถ
แต่สุดท้ายการใช้ก๊าซธรรมชาตมันแค่ชั่วคราวเพื่อหนีตายกัน ท้ายที่สุดมันก็จะเหมือนน้ำมันเมื่อมันใกล้หมด เป้าหมายของวิศกรคือพลังงานที่ยั่งยืนและไม่มีวันหมด ซึ่งตอนนี้ที่เป็นไปได้และไม่แพงคือพลังงานจากขยะ (Waste) มีหลายบริษัททำสำเร็จแล้ว มันไม่ใช่พลังงานหลักแต่อย่างน้อยมันทดแทนได้บางเรื่อง
อย่าไปโวยวายเรื่องผลประโยชนืทับซ้อนอะไรเลย เรื่องการซื้อก๊าซจากพม่าและเขมร หรือ ที่อื่นๆ อยากให้ระลึกไว้ว่า ถ้าวันหนึ่งประเทศไม่มีพลังงานป้อนประเทศ เรากลับไปสู่ยุคหินเลยนะครับ นโยบายด้านพลังงานนี่ไม่ใช่เรื่องจะล้อเล่นสำหรับคนที่คิดการณ์ไกล ไม่งั้นฝรั่งมันไม่ลงทุนรบกับอาหรับหรอกครับ
ซื้อจากสองแหล่งที่ว่าเราจะอยู่อย่างสบายไปอีกหลายสิบปี ถ้าใครอายุต่ำกว่าห้าสิบปี จะมีโอกาสเห็นน้ำมันหยดสุดท้ายบนโลกใบนี้ก่อนตายครับ ถ้านักวิทยาศาสตร์คาดการณืไม่ผิดนะครับ