Re: ข้อหา "เปิดไฟตัดหมอกโดยไม่มีเหตุอันควร" By: Gunn
วันอังคารที่ 16 พฤศจิกายน 2010 เวลา 08:29:52
.. ถ้าจำไม่ผิด สิบล้อรุ่นเนี้ย เบาะ ทำด้วยไม้ทั้งแผ่นเลย
Re: ข้อหา "เปิดไฟตัดหมอกโดยไม่มีเหตุอันควร" By: thamrong_ph
วันอังคารที่ 16 พฤศจิกายน 2010 เวลา 09:14:41
เจตนารมณ์ของการออกกฎหมายที่สำคัญประการหนึ่งคือเพื่อคุ้มครองสังคมโดยส่วนรวม ถ้าถามว่ากฎหมายควบคุมเรื่องไฟตัดหมอกสำหรับประเทศไทยเหมาะสมมั้ย ผมคิดว่าคนส่วนใหญ่ตอบว่าใช่ เพราะฉะนั้นในเมื่อกฎหมายเรื่องนี้เหมาะสมแล้ว เราในฐานะสมาชิกของสังคมก็ควรที่จะเคารพ แต่หากการบังครับใช้ไม่ทั่วถึงหรือเลือกปฏิบัติก็ควรแก้ไขปรับปรุงในส่วนนั้นให้มีประสิทธิภาพ มิใช่เป็นข้ออ้างที่จะยกเลิกกฎหมาย หรือไม่ปฏิบัติ ลองคิดดูสิสมมุติว่ามีการยกเลิกกฎหมายเรื่องไฟตัดหมอกออกไป ต่อไปเวลาขับรถบนถนนรถทุกคันต่างก็เปิดกันหมด แล้วสภาพการจราจรในประเทศไทยจะเป็นอย่างไร??? เราจะขับรถอย่างมีความสุขได้อย่างไรล่ะครับ...
Re: ข้อหา "เปิดไฟตัดหมอกโดยไม่มีเหตุอันควร" By: Webmaster
วันอังคารที่ 16 พฤศจิกายน 2010 เวลา 09:47:37
ไม้กระดานแท้ทั้งแผ่นครับ เรียกว่า ไม้มากกว่าพลาสติก
Re: ข้อหา "เปิดไฟตัดหมอกโดยไม่มีเหตุอันควร" By: P205
วันอังคารที่ 16 พฤศจิกายน 2010 เวลา 09:49:58

ผมขอสำแดงความคิดเห็นบ้างอ่านกระทู้รู้สึกมันขึ้นมาทันที

ก่อนอื่นต้องขออภัยไว้ก่อนว่าผมไม่มีความรู้ จบแค่ ม.ศ.3 เท่านั้น

กฎหมายที่ออกมานั้นมันมีทั้ง คุณ และ โทษ ถ้าผู้ใช้กฎหมายมีคุณธรรรม ฅนประชาชนที่มีจิตใต้สำนึกที่ดีแล้ว ประเทศชาติประชาชนก็จะอยู่กันอย่างมีความสุข แต่ทุกวันนี้เป็นอย่างไรทุกฅนคงเห็นและเข้าใจ ผมไม่ต้องบอกและอธิบายนะครับ ผมขอยกตัวอย่างให้ฟังกัน นิดๆ... น้อยๆ...

คือผมใช้ทั้งรถยนต์และมอเตอร์ไซ ถ้าวิ่งเข้าตัวเมืองผมใช้มอเตอร์ไซขี้เกียตรถติด ตามที่ทางสี่แยกมีสัญญานไฟ แล้วจะมีสะพานข้าม หรืออุโมงลอด สังเกตุบางสะพานรถมอเตอร์ข้ามได้ บางสะพานข้ามไม่ได้ เป็นเพราะอะไรผมไม่ทราบเคยโดนจับมาแล้วจราจร รออยู่ทางลงเลย แต่ผมไม่เคยเสียค่าปรับหรอกเพราะเป็นพวกแมลงวัน แมลงวันมันไม่ค่อยตอนแมลงวันด้วยกันหลอกครับ นี่แหละกฎหมายเมืองไทยเรา ฅนรักษากฎหมายของประเทศเรา และผมขอพูดไปถึงรัฐธรรมนูญของเราด้วยว่าเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศชาติ มีมาตราต่างๆเล่มเบ่อเลิ่มมี300 กว่ามาตราอะไรก็ไม่รู้ยัดกันเข้าไป ไปดูแม่แบบรัฐธรรมนูญประเทศอังกฤษของเขามีนิดเดียว ฅนของเขาก็กลัวกฎหมาย แต่เมืองไทยบอกว่าเป็นชาติที่เจริญแล้ว มีวัฒนธรรมที่ดีไงเล่า โอยยังมีเรื่องวิจารณ์อีกมากพอก่อนแค่หอมปากหอมคอครับ สวัสดีเมืองไทย
Re: ข้อหา "เปิดไฟตัดหมอกโดยไม่มีเหตุอันควร" By: use2
วันอังคารที่ 16 พฤศจิกายน 2010 เวลา 10:15:35
แสดงว่าตำรวจนายที่จับเขาเป็นผู้รักษากฎหมาย อาชีพตำรวจ ไม่ใช่ผู้พิทักสันติราช... ว่ามั๊ย...

Re: ข้อหา "เปิดไฟตัดหมอกโดยไม่มีเหตุอันควร" By: โจ เทียนทะเล
วันอังคารที่ 16 พฤศจิกายน 2010 เวลา 11:55:51
เบาๆกันหน่อยนะ...ตร.ดีๆก็มีนะ......อย่างเหมาหมด.......สมาชิกในเวปบางท่านก็เป็นตร.นะ....ผมไม่เข้าข้างใครนะขอเป็นกลางแล้วกัน....

Re: ข้อหา "เปิดไฟตัดหมอกโดยไม่มีเหตุอันควร" By: phizitor
วันอังคารที่ 16 พฤศจิกายน 2010 เวลา 12:55:26
บางครั้งไฟตัดหมอกก็แยงตารถสวนทางนะครับ
Re: ข้อหา "เปิดไฟตัดหมอกโดยไม่มีเหตุอันควร" By: wat_2667
วันอังคารที่ 16 พฤศจิกายน 2010 เวลา 16:05:52
เบาๆกันหน่อยนะ...ตร.ดีๆก็มีนะ......อย่างเหมาหมด.......สมาชิกในเว็บบางท่านก็เป็นตร.นะ....ผมไม่เข้าข้างใครนะขอเป็นกลางแล้วกัน....

แล้วน้ำที่บ้านลดยังอ่ะ ต่อ
Re: ข้อหา "เปิดไฟตัดหมอกโดยไม่มีเหตุอันควร" By: โจ เทียนทะเล
วันอังคารที่ 16 พฤศจิกายน 2010 เวลา 16:12:24
ที่บ้านเลิกท่วมนานแล้วจ๋า..........เหลือแต่งานที่ท่วมตัวอยู่..กำลังคิดอยู่ว่าจะรีทายตัวเองดีไหม...
ถ้ารีทายแล้วจะไปทำอะไรกินดี....แนะนำหน่อยสิ..เอามีสาระนะ....

Re: ข้อหา "เปิดไฟตัดหมอกโดยไม่มีเหตุอันควร" By: P205
วันอังคารที่ 16 พฤศจิกายน 2010 เวลา 16:14:29
เบาๆกันหน่อยนะ...ตร.ดีๆก็มีนะ......อย่างเหมาหมด.......สมาชิกในเว็บบางท่านก็เป็นตร.นะ....ผมไม่เข้าข้างใครนะขอเป็นกลางแล้วกัน.... 
ถ้าเราเป็นทองแท้ เพ็ชร แท้ๆๆไม่ต้องกลัวไฟ ทำดีต้องได้ดี อย่ากลัวคำติฉินนินทา เขาพูดกันทั่วไปทั้งนาน และเราต้องเปิดใจให้กว้างและก็ต้องยอมรับฟังคนอื่นที่วิจารณ์เราด้วย เราจะได้ปรับปรุงสิ่งไม่ดีเราทำให้ดีสาอย่าง จะไปกลัวทำไม่ จริงใหมคราบ
Re: ข้อหา "เปิดไฟตัดหมอกโดยไม่มีเหตุอันควร" By: madmax
วันอังคารที่ 16 พฤศจิกายน 2010 เวลา 17:48:59
เจตนารมณ์ของการออกกฎหมายที่สำคัญประการหนึ่งคือเพื่อคุ้มครองสังคมโดยส่วนรวม ถ้าถามว่ากฎหมายควบคุมเรื่องไฟตัดหมอกสำหรับประเทศไทยเหมาะสมมั้ย ผมคิดว่าคนส่วนใหญ่ตอบว่าใช่ เพราะฉะนั้นในเมื่อกฎหมายเรื่องนี้เหมาะสมแล้ว เราในฐานะสมาชิกของสังคมก็ควรที่จะเคารพ แต่หากการบังครับใช้ไม่ทั่วถึงหรือเลือกปฏิบัติก็ควรแก้ไขปรับปรุงในส่วนนั้นให้มีประสิทธิภาพ มิใช่เป็นข้ออ้างที่จะยกเลิกกฎหมาย หรือไม่ปฏิบัติ ลองคิดดูสิสมมุติว่ามีการยกเลิกกฎหมายเรื่องไฟตัดหมอกออกไป ต่อไปเวลาขับรถบนถนนรถทุกคันต่างก็เปิดกันหมด แล้วสภาพการจราจรในประเทศไทยจะเป็นอย่างไร??? เราจะขับรถอย่างมีความสุขได้อย่างไรล่ะครับ...
ใช่ครับ คห.นี้ตรงใจผมที่สุด ในเมื่อกฏหมายบัญญัติมาแล้ว ถึงแม้บางเรื่องไม่ผิดศีลธรรม
แต่ผิดเพราะกฏหมายบัญญัติให้เป็นความผิด (เช่น โทรในขณะขับรถ เมาแล้วขับ)
ก็เพื่อความสงบเรียบร้อยของสังคมโดยรวมเราในฐานะประชาชนก็ควรปฏิบัติตามครับ
ส่วนใครจะมีความสามารถ มีเส้นมีสายมีสีมีสรรแหกกฏได้ ก็ช่างเขาเถิด
(ปัญหานี้ไม่มีทางแก้ได้เนื่องจากนิสัยคนไทยเราขี้เกรงใจ)
ถ้าเราส่วนใหญ่ปฏิบัติตามกฏหมาย ปลูกผังจิตสำนึกที่ดีให้ลูกเรา หลานเรา คนที่เรารู้จัก
ต่อๆกันไปจนฝังรากลึกกลายเป็นวัฒนธรรมที่ดี บ้านเมืองก็จะสงบเรียบร้อยน่าอยู่ครับ
(ไม่โดนจับ.......ไม่เสียค่าปรับด้วยน้า...อิอิ)
ความคิดเห็นผมผิดถูกอย่างไร ก็อย่าว่ากันเด้อ..
Re: ข้อหา "เปิดไฟตัดหมอกโดยไม่มีเหตุอันควร" By: phizitor
วันอังคารที่ 16 พฤศจิกายน 2010 เวลา 18:40:28
เบาๆกันหน่อยนะ...ตร.ดีๆก็มีนะ......อย่างเหมาหมด.......สมาชิกในเว็บบางท่านก็เป็นตร.นะ....ผมไม่เข้าข้างใครนะขอเป็นกลางแล้วกัน....

แล้วน้ำที่บ้านลดยังอ่ะ ต่อ
ที่บ้านลดหมดแล้วครับ ยังท่วมที่นาอยู่ครับ(คงไม่ได้เกี่ยวแล้ว)กับเหลือที่ฟาร์มอีกนิดหน่อยรอให้พื้นแห้งกว่านี้อีกหน่อยถึงจะเริ่มงานเก็บกวาดแล้วถึงจะซ่อมแซมได้ครับ คาดว่าคงไม่เกินอาทิตย์หน้าคงได้ลุยงานเต็มๆเสียทีครับ
ขอบคุณครับ
Re: ข้อหา "เปิดไฟตัดหมอกโดยไม่มีเหตุอันควร" By: phizitor
วันอังคารที่ 16 พฤศจิกายน 2010 เวลา 18:45:31
ที่บ้านเลิกท่วมนานแล้วจ๋า..........เหลือแต่งานที่ท่วมตัวอยู่..กำลังคิดอยู่ว่าจะรีทายตัวเองดีไหม...
ถ้ารีทายแล้วจะไปทำอะไรกินดี....แนะนำหน่อยสิ..เอามีสาระนะ....

เป็นเกษตรกรดีมั้ยครับพี่โจ ถ้าพี่หันมาเป็นเกษตรกร เกษตรกรไทยจะได้มีที่พึ่งทางกฎหมายบ้าง ถ้าพี่ไม่กลัวเทวดาหักหลัง(การทำเกษตรส่วนหนึ่งก็เหมือนทำธุรกิจกับเทวดาครับ แต่ผมยืนยันได้ว่าเป็นงานที่มีความสุขแน่ๆครับ)
Re: ข้อหา "เปิดไฟตัดหมอกโดยไม่มีเหตุอันควร" By: peugeotsakorn
วันอังคารที่ 16 พฤศจิกายน 2010 เวลา 18:50:37
ไปจับ Fino ที่ใส่พวกไฟแฟลช ประหลาดๆ ดีกว่ามั้ย เวลามันขับสวนมองไม่เห็นไรเลย
Re: ข้อหา "เปิดไฟตัดหมอกโดยไม่มีเหตุอันควร" By: madmax
วันพฤหัสบดีที่ 23 ธันวาคม 2010 เวลา 12:00:32
ขอขุดกระทู้หน่อย คงไม่ว่ากัน
เมื่อวันก่อนผมได้สนทนากับพรรคพวกกันหลายคนหลากอาชีพ กันเรื่องไฟตัดหมอก แล้วก็ไฟหน้ารถกระบะนี่แหละ
ปรากฏว่าผมเข้าใจผิดหลายเรื่องทีเดียว ที่ว่ากระบะยกสูงไฟมันแยงตา
อันที่จริงคือ ทั้งไฟหน้า ไฟตัดหมอก เดิมๆจากโรงงาน ก็ไม่มีแยงตาไม่ว่ารถกระบะยกสูง รถเก๋ง
เพราะทางโรงงานได้ปรับองศาของแสงมาแล้ว
**พิสูจน์โดยการออกไปขับรถดู (ที่จริงไปหาที่กินเหล้านะ) เออ...จริงแฮะ รถกระบะยกสูง ๑๐ คัน จะเจอซักคันสองคันที่แยงตา
อันนี้ผมต้องขออภัยท่านที่ใช้รถเดิมๆ เนื่องจากเมื่อก่อนผมเหมารวมเนื่องจากอคติ
ส่วนไฟตัดหมอก รถเดิมๆทั้งสูงทั้งเตี้ยไม่มีรถคันไหนเลยที่แยงตา เจอแค่คันเดียว เป็นรถซิ่ง เฉพาะไฟตัดหมอกมันขาว
โพรนไปทั้งถนน
คำถามก็คือที่โดนจับละ "ข้อหาเปิดไฟตัดหมอกโดยไม่มีเหตุอันควร" ทำไมถึงโดน ในเมื่อรถที่วิ่งอยู่แทบทุกคันก็เปิดกันหมด ผมเดาเอานะว่าคงเป็นไฟแบบรถซิ่งคันที่ว่านั่นละถึงได้โดน
อันนี้เพื่องส่งลิ้งมาให้ ของสภ.บางละมุง ลองอ่านกันดูครับ
ไฟซีนอล โดย : ผิดจริงหรือตำรวจมั่วข้อหา เมื่อวันที่ : พุธ ที่ 17 เดือน มีนาคม พ.ศ.2553
ผมถูกจับเรื่องไฟซีนอล ซึ่งตามที่พอผมรู้ตามกฎหมายจราจร พ.ศ.2522 ไม่อนุญาตให้ใช้ไฟส่องสวางเกิน 50 วัตต์ แต่ที่ติดตั่งไม่ว่าจากทางร้านหรือ ตืดตั่งออกมาจากโรงงาน รับลองได้ว่าไม่เกิน 50 วัตต์ทั้งนั้น ของผมก็เช่นกัน หรือถ้าผิดกฏหมายจริงๆช่วยชี้แจงด้วยครับว่ามาตราไหน
เข้าชม : 354
ความคิดเห็นที่ 1
ศุกร์ ที่ 19 เดือน มีนาคม พ.ศ.2553 เวลา 16:02:11
หัวข้อ : ปัญหาเรื่องการใช้ไฟซีนอนและไฟตัดหมอก ***การลงข่าวตั้งแต่ 11มิ.ย.2552 บัดนี้จะสิ้นปีแล้ว ไม่มีความคืบหน้าเลย***
ผมและผู้ใช้รถใช้ถนนอีกจำนวนมากต้องประสบปัญหารถยนต์และรถกระบะบางคันที่ชอบดัดแปลงไฟหน้ารถมาใช้เป็นไฟสีขาวแสงจ้า สร้างความเดือดร้อนรำคาญต่อผู้อื่นเป็นอย่างมาก ที่สำคัญอาจเป็นปัญหาหนึ่งของการเกิดอุบัติเหตุในยามค่ำคืนด้วย ปัจจุบันเท่าที่ผมสังเกตดูจะมีรถประเภทนี้เพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะคงเห็นว่าไม่ผิดกฎหมาย อยากให้ท่านที่ใช้ไฟประเภทนี้โปรดใช้ไฟหน้ารถให้ถูกต้องตามมาตรฐานด้วยเถิด ชาวบ้านเขาเดือดร้อน เพราะตอนที่รถดัดแปลงไฟขับตามหลังหรือขับสวนทางมา ไฟที่สว่างจ้านั้นทำให้ผมเบลอมองภาพข้างหน้าไม่เห็นไปพักใหญ่ ซึ่งอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ อยากทราบว่าปัญหานี้เป็นหน้าที่ของใครในการกำหนดกฎหมายข้อบังครับในเรื่องนี้ ตำรวจหรือกรมการขนส่งทางบกกันแน่ ทำอะไรสักอย่างเถอะครับ รีบหามาตรการการป้องปรามกันเสียที อย่าเห็นเป็นเรื่องเล็กน้อย แล้วค่อยมาแก้กันที่ปลายเหตุเลยนะครับ
คำชี้แจง
กรณีนี้พนักงานจราจรไม่ต้องรอกฎหมายเกี่ยวกับการกำหนดแสงสว่างหน้ารถ แต่สามารถนำกฎกระทรวงฉบับที่ 2 พ.ศ.2522 พ.ร.บ.จราจร เรื่องมุมตกกระทบและความเบี่ยงเบนของแสง มาใช้ในการตรวจจับผู้ขับขี่ได้ เช่น กรณีรถกระบะยี่ห้อหนึ่ง ทางบริษัทผู้ผลิตติดตั้งไฟหน้ารถแบบไฟซีนอนสีขาวโดยมีการปรับมุมตกกระทบให้อยู่ในมาตรฐาน ในระยะ 7 เมตร 50 เซนติเมตร ไม่เกิน 2 องศา โดยแสงจะไม่เบี่ยงเบนไปทางขวา ต้องเบี่ยงไปทางซ้าย หรือต้องส่องเข้าข้างเท่านั้น จึงจะถูกต้อง แต่ปัจจุบันเจ้าของรถ พอซื้อรถมาก็นำมาดัดแปลงเปลี่ยนแม็กซ์ เปลี่ยนยาง ยกรถสูงขึ้น โดยไม่มีการปรับมุมตกกระทบของไฟให้ได้มาตรฐาน จึงทำให้แสงไฟซีนอนที่ส่งออกมานั้นแยงตาผู้ขับขี่รถคันหน้าหรือรถที่วิ่งสวนกันมา นายช่างตรวจสภาพรถชำนาญงาน กรมการขนส่งทางบก บอกว่า เร็วๆ นี้ จะประกาศเป็นกฎกระทรวง ออกเป็นกฎหมาย พ.ร.บ.จราจร จะมีโทษปรับ และจะนำไปเป็นเกณฑ์ในการตรวจสภาพด้วย ถ้าตรวจสภาพไม่ผ่าน ก็ไม่ต่อทะเบียนให้ /////จึงขอชีแจงกับประชาชนว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตระหนักถึงปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนเกี่ยวกับไฟซีนอนและไฟตัดหมอกที่เปิดกันมั่วๆ ซึ่งได้ทำเรื่องให้กรมการขนส่งทางบกให้ทำการแก้ไขเพิ่มเติมกฏหมายดังกล่าวที่เกี่ยวกับเรื่องไฟซีนอน เพราะปัจจุบันปี 2552 แล้ว แต่ยังใช้กฏกระทรวงปี 2537 อยู่ แต่ทุกวันนี้ เรื่องดังกล่าวเงียบหายไป ไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด ประชาชนจำนวนมากก็ยังได้รับความเดือดร้อนจากเรื่องไฟที่เปิดแยงตาพวกนี้ สรุปคือตอนนี้ตำรวจทำได้คือบังครับใช้กฏหมายที่ออกไว้ตั้งแต่ปี 2537 ในเรื่องความสว่างของไฟ ส่วนกรณีไฟตัดหมอก จะเปิดใช้ได้เมื่อมีหมอกหรือทัศนะวิสัยไม่ดีเท่านั้น ถ้าเปิดโดยไม่มีเหตุอันควร โดนจับปรับตาม พรบ.จราจรทางบก พ.ศ.2522
โดย : คนที่ไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน ไอพี : 58.147.31.157 http://banglamung.chonburi.police.go.th/?name=webboard
Re: ข้อหา "เปิดไฟตัดหมอกโดยไม่มีเหตุอันควร" By: chai3034
วันพฤหัสบดีที่ 23 ธันวาคม 2010 เวลา 17:10:34
ส่วนตัวผมมองว่า ส่วนมากจะดัดแปลงให้สว่างขึ้น และเริ่มจะมากขึ้นที่เห็นเปิดไฟตัดหมอกสว่างมากกว่าไฟส่องถนน (ผมอยู่เหนือครับ) ยิ่งกว่านั้นบางคันใช้เฉพาะไฟตัดหมอกส่องถนน บอกตามตรงผมไม่ชอย มันแยงตาครับ เห็นด้วยกับตำรวจ จับเลยครับ