เรื่องที่ ๓ ความหมายของชีวิต
หลายคนชอบบ่นกระปอดกระแปดว่า ชีวิตไม่เห็นดี
เหมือนคนอื่น ๆ
บ้างก็ไม่พอใจที่ไม่ได้เกิดมาในตระกูลที่ร่ำรวยอย่างที่
เพื่อน ๆ เป็น
บ้างก็อยากมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีกว่าที่เป็นอยู่ทุกวันนี้
หลายคนเป็นทุกข์กับการไขว่คว้าหาวัตถุมากมายในชีวิต
ตอนเด็ก ๆ ก็เรียกร้องหาของเล่นชิ้นใหม่ไปเรื่อย ๆ
ครั้นโตขึ้น ก็เรียกร้องของชิ้นโตขึ้น รถใหม่ คอนโด
บ้านหลังใหญ่ ฯลฯ
พร้อมกับความรู้สึกว่าตัวเองยัง ?มีไม่พอ?
หลายคนชอบบ่นกระปอดกระแปดว่า ชีวิตไม่เห็นดี
เหมือนคนอื่น ๆ
บ้างก็ไม่พอใจที่ไม่ได้เกิดมาในตระกูลที่ร่ำรวยอย่างที่
เพื่อน ๆ เป็น
บ้างก็อยากมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีกว่าที่เป็นอยู่ทุกวันนี้
หลายคนเป็นทุกข์กับการไขว่คว้าหาวัตถุมากมายในชีวิต
ตอนเด็ก ๆ ก็เรียกร้องหาของเล่นชิ้นใหม่ไปเรื่อย ๆ
ครั้นโตขึ้น ก็เรียกร้องของชิ้นโตขึ้น รถใหม่ คอนโด
บ้านหลังใหญ่ ฯลฯ
พร้อมกับความรู้สึกว่าตัวเองยัง ?มีไม่พอ?
และจากการพยามยามไขว่คว้าอะไรมากมายเช่นนี้นี่เองที่ทำให้โอกาสได้พบกับเพื่อนลดน้อยลงทุกที
ลองหยุดคิดสักนิด
ครั้งสุดท้ายที่คุณได้นัดเพื่อนสนิทสมัยเรียนมานั่งกินเบียร์หรือกินข้าวกัน ?เกิดขึ้นเมื่อไหร่? แล้วครอบครัวล่ะ คุณอยู่กับเค้าบ่อยแค่ไหน หากคุณไม่ได้เป็นอีกคนที่ ?ยุ่งอยู่กับงาน? มากจนไม่เคยมีเวลาให้เพื่อนฝูง ครอบครัวและคนรัก บอกได้เลยว่า ?คุณคิดถูกแล้ว?
เคยเห็นคนแต่งตัวสกปรกมอมแมมข้างถนนบ้างหรือเปล่า..
หลายครั้งหากคุณลองใช้เวลามองดูดี ๆ อาจพบว่าเขายิ้มได้บ่อยกว่าคุณเสียอีก
ลองทำให้ชีวิตของคุณง่ายขึ้นโดยลดความต้องการให้น้อยลงสักนิด
เปิดโอกาสให้ชีวิตได้พบกับความสวยงามบ้าง ชื่นชมกับการมีชีวิตอยู่โดยไม่สนใจกับความ ?อยาก?
จงใช้เวลากับครอบครัว เพื่อนฝูง คนที่รักให้มากขึ้น
กินอาหารให้อร่อย ไปเที่ยวในที่ที่อยากไป เอาคำพูดที่ว่า ?สักวันหนึ่ง? ออกไปจากชีวิตเสีย แล้วบอกคนที่เรารักทุกคนว่าเรารักพวกเค้าแค่ไหน
ทำให้ทุกวันเป็นวันที่พิเศษ
เพราะทุกวัน ทุกชั่วโมง ทุกนาที มีความหมาย
เพราะเราไม่อาจรู้ได้เลยว่าเมื่อไร..มันจะสิ้นสุดลง

