วิธีการในการเลือกใช้ฟิล์มกรองแสงรถยนต์นั้นจะต้องพิจารณาจากหลายปัจจัยด้วยกัน
1.พิจารณาเรื่องประสิทธิภาพในการป้องกันความร้อนจากแสงแดดเป็นหลัก ไม่ใช่การป้องกันจากหลอดไฟหรือแสงอินฟราเรด
2.ต้องพิจารณาเลือกดูค่าการป้องกันรังสียูวี ซึ่งคุณภาพฟิล์มที่ดีจะป้องกันได้เกือบ 100%
3.ค่าการสะท้อนแสงของรถรอบคันไม่ควรจะเกิน 30% ขณะที่ฟิล์ม บานหน้าจะมีค่าการสะท้อนแสงไม่เกิน 10% เท่านั้น
4.เปอร์เซ็นต์ ของแสงส่องผ่าน และความเข้มความใสของฟิล์ม ควรพิจารณาเลือกเอาตามความพอใจ โดยกระจกบานหน้าควรจะใช้ฟิล์มใสเพื่อให้มีทัศนวิสัยในการขับขี่ที่ดี
นอกจากการพิจารณาคุณสมบัติของฟิล์มแล้ว สิ่งที่ควรพิจารณาคือการเลือกสีฟิล์มให้เข้ากับรถ ซึ่งเรื่องนี้จะอยู่ที่ความพอใจของเจ้าของรถเป็นสำคัญ โดยรถสีอ่อน เช่น สีบรอนซ์ทอง บรอนซ์เงิน ควรจะเลือกฟิล์ม สีเข้ม แต่บานหน้ายังต้องติดฟิล์มใสอยู่ แต่ถ้าเป็นรถยนต์สีเข้ม เช่น สีดำ น่าจะเลือกฟิล์มได้กับทุกสี ทั้งเข้มและอ่อนขึ้นอยู่กับรสนิยมและความพอใจของแต่ละบุคคล
แต่ถ้าฟิล์มที่สีเข้มมากๆ ส่วนใหญ่จะเป็นที่นิยมในหมู่วัยรุ่น โดยเฉพาะความนิยม แต่งรถสไตล์ญี่ปุ่น ที่เลือกใช้รถสีขาวและติดฟิล์มสีเข้มมากๆ
ส่วนฟิล์มฉาบปรอทหรือฟิล์มที่มีความเงามากๆ ไม่ควรจะเลือกใช้ เพราะเป็นการนำเอาฟิล์มติดอาคารมาติดรถยนต์ ซึ่งจะไปรบกวนสายตาของผู้ขับขี่รถคันอื่นอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ ขณะเดียวกันยังรบกวนทัศนวิสัยในการขับขี่ของผู้ขับเอง เพราะเมื่อมองออกไปจากตัวรถจะมีการสะท้อนเงาตัวเองเหมือนกับการส่องกระจกเงาได้
และสำหรับรถยนต์ที่มีการติดตั้งอุปกรณ์อื่นๆ เพิ่มเติม อาทิ เนวิเกเตอร์ หรืออุปกรณ์นำทางในรถยนต์ การเลือกติดตั้งฟิล์ม บานหน้าจะต้องพิจารณาว่าจะรบกวนระบบต่างๆ เหล่านี้หรือไม่ ซึ่งถ้าเลือกใช้ฟิล์มที่ไม่เหมาะสมจะเป็นการรบกวนการทำงานของระบบต่างๆ ในรถยนต์ได้
ฟิล์มติดรถยนต์ที่มีคุณภาพดีนั้นมีคุณสมบัติต่างๆ เช่น
- เปอร์เซ็นต์การลดความร้อน
- เปอร์เซ็นต์การลดรังสี UV
- เปอร์เซ็นต์การสะท้อนแสง
- เปอร์เซ็นต์แสงส่องผ่าน

